เริ่มต้นส่งเสริมทักษะ EF

วิธีส่งเสริมทักษะ EF นั้นจริงๆ ไม่มีอะไรยุ่งยากซับซ้อน แต่ใช้หลักการง่ายๆ ดังนี้

ลูกน้อยต้องมีพื้นฐานที่ดีก่อน นั่นคือ คุณพ่อคุณแม่ต้องไม่ละทิ้งการเลี้ยงดูเด็กแบบปกติ นั่นคือ การให้ความรักความอบอุ่น ให้อาหารเพียงพอ มีที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัย หากเด็กไม่ได้รับสิงเหล่านี้ครบถ้วน เขาก็จะไม่พร้อมต่อการเรียนรู้เรื่องใดๆ เพราะสุขภาพกายและใจเขาไม่แข็งแรงสมบูรณ์พอ

ให้เวลากับลูก เมื่อคุณพ่อคุณแม่ให้ปัจจัยสี่แก่ลูกน้อยอย่างครบถ้วนแล้ว ขณะเดียวกันลูกก็ต้องการเวลาที่เพียงพอจากพ่อแม่ด้วย เวลาที่ว่านี้คือ เวลาในการพูดคุยสั่งสอน ทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น การเล่น การอ่านนิทาน ช่วงเวลาที่ลูกได้ใกล้ชิด สร้างความผูกพันและความมั่นคงทางจิตใจให้ลูก เป็นต้น

พ่อแม่ช่วยเป็นสมองส่วนหน้าแทนลูกในวัยเด็กเล็ก เพราะสมองส่วนหน้าของผู้ใหญ่พัฒนาสมบูรณ์แล้ว ดังนั้นพ่อแม่จึงต้องนำทักษะ EF ที่มีมาใช้ให้เป็นประโยชน์ในการสอนลูก ยกตัวอย่างสถานการณ์ เช่น ลูกถือแก้วน้ำมาแล้วทำน้ำหก วิธีสอนแบบ EF ก็คือ แทนที่จะดุด่าทันที ควรพูดกับลูกว่า น้ำหก ไม่เป็นไรนะลูก เดี๋ยวเราไปหยิบผ้ามาช่วยกันเช็ด แม่รู้ว่าหนูไม่ได้ตั้งใจ คราวหน้าหนูก็ระวังหน่อยนะ ผลที่ได้คือ หากคราวหน้าเขาทำน้ำหกอีก เขาจะรู้ได้โดยที่เราไม่ต้องบอกว่าต้องหาผ้ามาเช็ด วิธีนี้เป็นการป้อนข้อมูลให้เด็กว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้มีทางเลือกอย่างไรบ้าง ในเด็กที่โตขึ้น ให้เด็กมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา ลูกจะเรียนรู้ปัญหาและวิธีแก้ไขปัญหาที่หลากหลาย ในทางตรงกันข้าม หากพ่อแม่ไม่ใช้ทักษะ EF เลยก็จะลงเอยด้วยการโกรธ ดุด่า ตี แต่ไม่สอนเมื่อลูกทำน้ำหกแล้วโนตีหรือว่าทันที เขาจะไม่เข้าใจ เพราะเขาไม่ได้ตั้งใจทำน้ำหก ทำไมเขาถึงถูกตี และคราวต่อไปเขาจะกลัว ไม่กล้าหยิบจับหรือทำอะไรอีกเลย หรือทำก็ทำได้ไม่ดี เพราะจะมีความกังวลตลอดเวลา

ท้ายสุดนี้ขอฝากคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านว่า ความสามารถของลูกน้อยทุกอย่างนั้น คุณพ่อคุณแม่สามารถสร้างให้ลูกได้ แต่ต้องอย่าลืมให้เวลาส่วนตัวกับลูกด้วย โดยให้ลูกได้ลองทำแล้วเรียนรู้จากการทำผิด พ่อแม่ต้องเข้าใจลูก เปิดโอกาสให้ลูก แม้จะมีเงินพอให้ลูกได้เรียนเสริมความสามารถต่างๆ ได้มากมายแต่ก็ต้องไม่ให้ลูกเครียด และพ่อแม่ต้องมีเวลาให้ลูกมากๆ มีเวลาพูดคุย สอบถามความรู้สึก เล่นกับลูก ที่สำคัญคือ มีเวลาปล่อยให้ลูกได้ทำอะไรอิสระหรือเล่นอิสระสักวันละ 1-2 ชั่วโมง ลูกอยากเล่นอะไรให้เล่นเลย โดยไม่ต้องไปยุ่งกับเขา เพราะคนเราทั้งเด็กและผู้ใหญ่ก็ต้องการเวลาของตัวเองแบบนี้เช่นกัน