กิจกรรมส่งเสริมทักษะสมองลูก

ก่อนที่เราจะเริ่มต้นการส่งเสริมทักษะ EF ให้ลูก ต้องเข้าใจก่อนว่าหลักการทำงานของ EF ก่อนว่า ทักษะสมอง EF จะทำงานได้ก็ต่อเมื่อ ต้องเป็นเรื่องใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อน มีความยากทีท้าทายความสามารถแต่ไม่ยากจนท้อ มีเป้าหมายมีกฎกติกาที่เปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์ ต้องมีการวางแผน มีลำดับขั้นตอนจัดลำดับความสำคัญของงาน

เมื่อมีทักษะสมอง EF จึงจะทำงาน ซึ่งกีฬา ดนตรี ล้วนเป็นกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นให้เด็กๆ ได้ฝึกฝนและพัฒนาทักษะสมอง EF ได้เป็นอย่างดี

สร้างปัจจัยสำคัญเสริมประสาทสัมผัสพัฒนา EF

ประสาทสัมผัสทั้ง 7 ได้แก่ การทรงตัว การเคลื่อนไหว การได้ยิน การมองเห็น การได้กลิ่น การลิ้มรส และการสัมผัส นั้นสำคัญต่อการเรียนรู้ของเด็กอย่างมาก ทักษะสมอง EF จะพัฒนาได้ไม่เต็มที่ หากประสาทสัมผัสทำงานบกพร่อง ซึ่งหลักสำคัญที่จะกระตุ้นให้ประสาทสัมผัสของเด็กเล็กทำงานได้ดีมีอยู่ 3 ข้อใหญ่ๆ ได้แก่

  • สร้างสิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมให้ลูกอยากเรียนรู้ โดยเฉพาะพ่อแม่และครูควรมีความเข้าใจพัฒนาการด้านการคิดของเด็ก จัดสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย มีหนังสือของเล่นที่กระตุ้นให้เด็กอยากเรียนรู้ อยากเล่น อยากทดลองทำสิ่งต่างๆ ตามความสนใจ พ่อแม่คอยสนับสนุนให้เด็กมีความมั้นใจที่จะทดลองทำสิ่งต่างๆ กล้าสำรวจ กล้าริเริ่มลงมือทำ
  • สอนให้เด็กมีวินัยในชีวิตประจำวัน คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้หลักการของวินัยเชิงบวกสร้างกฎเกณฑ์หรือกติการให้เขาเล่นได้แทนการดุด่าห้ามปราม การใช้วินัยเชิงบวกจะช่วยส่งเสริมการสร้างความผูกพันและสายสัมพันธ์ ที่ดีระหว่างกัน ซึ่งสายใยนี้คือตัวตั้งต้นที่ทำให้ทักษะสมอง EF ทำงาน เพราะเป็นที่มาของแรงจูงใจ ความอยากไปให้ถึงเป้าหมาย ความอยากเป็นคนดี
  • ให้โอกาสลูกได้ลองผิดลองถูก จะทำให้ลูกได้เรียนรู้ได้ดีที่สุดจากความผิดพลาดของเขาเอง เราไม่สามารถนำประสบการณ์ของเราไปสอนเขาได้ ความรู้ต้องสร้างขึ้นมาเอง พ่อแม่ไม่ควรคิดและทำแทนลูกทุกเรื่อง ควรเปิดโอกาสให้ลูกได้ตัดสินใจและเรียนรู้ผลจากการกระทำที่เขาเลือก สอนให้ลูกคาดการณ์ผลของการกระทำ ต่อไปลูกจะตัดสินใจอย่างมีเหตุมีผลมากขึ้น

การเล่นกีฬา

กีฬาที่ใช้มือและแขนทั้งสองข้าง หรือมีการเคลื่อนไหวร่างกาย พร้อมกันหลายๆ ส่วนจะทำให้ทักษะสมอง EF เพิ่มมากขึ้น

กีฬาที่เล่นคนเดียวจะช่วยให้เกิดสมาธิจดจ่อสูง ควบคุมอารมณ์ได้ดี

กีฬาที่เล่นเป็นทีมจะช่วยให้แก้ปัญหาเก่ง วางแผนเก่ง ยืดหยุ่นความคิดได้ดี มีทักาะทางสังคม

กีฬาประเภทศิลปะป้องกันตัวแบบดั้งเดิมไม่เน้นการต่อสู้รุนแรงเพื่อเอาชนะ เช่น เทควันโดจะช่วยให้เด็กมีสมาธิจดจ่อมีวินัย มีการมุ่งเป้าหมายรวมถึงมีความอดทนสูง

เล่นดนตรี

มีงานวิจัยกล่าวไว้ว่า การทำงานของสมองส่วนต่างๆ จะทำงานโดยการรับประสาทสัมผัสเข้ามาแล้วจึงประมวลผลออกไป การเล่นดนตรีจะใช้ประสาทสัมผัสทั้งการได้ยิน การมองเห็น การสัมผัส และการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสได้เกือบทั้งหมด เพราะฉะนั้นคนที่เล่นดนตรีจะมีเส้นใยประสาทคอร์ปัสแคลโลซัม (Corpus Callosum) ที่อยู่ระหว่างสมองซีกซ้าย และซีกขวาหนามาก การที่เส้นใยตรงนี้หนาจะช่วยให้สมองประมวลผลได้เร็ว ตอบสนองได้เร็ว รับประสาทสัมผัสได้เร็ว และคิดได้เร็วกว่าคนที่ไม่ได้เล่นดนตรี ส่วนการเรียนดนตรีสำหรับเด็กเล็กอาจไม่ได้หมายถึงการสอนให้ดีดสีตีเป่าเป็นเพลงแต่เป็นการนำดนตรีมาใช้ในห้องเรียน เป็นการใช้เครื่องดนตรีเพื่อการสื่อสารกับเด็กให้รู้เวลาไหนต้องทำอะไร เช่น ใช้บอกเด็กว่า เสียงดนตรีแบบนี้เราจะต้องเปลี่ยนกิจกรรมแล้ว เสียงแบบนี้คือเปลี่ยนท่า เสียงแบบนี้คือเดินไปเรื่อยๆ เสียงแบบนี้คือหยุด ซึ่งเป็นการใช้ดนตรีสร้างกฎเกณฑ์ระหว่างครูกับเด็กโดยไม่ทำให้เกิดความขัดแย้ง เด็กจะต้องจดจ่อฟังเสียง ต้องจำกฎได้ว่าเสียงไหนต้องทำอะไร ซึ่งเด็กจะได้ฝึกใช้สมองส่วนหน้าตลอดเวลา

คอร์ปัสแคลโลซัมยิ่งหนา EF ยิ่งดี คอร์ปัสแคลโลซัม คือเส้นใยประสาทที่อยู่ตรงกลางระหว่างสมองสองซีก ทำหน้าที่รับส่งข้อมูลของสมองทั้งสองฝั่ง ถ้าคอร์ปัสแคลโลซัมหนา หมายความว่าเซลล์ประสาทในสมองทั้งสองข้างมีการเชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพ สมองทั้งสองฝั่งก็จะส่งข้อมูลผ่านกันได้เร็ว ทำให้ตัดสินใจและตอบสนองออกมาเป็นพฤติกรรมได้เร็ว ซึ่งตรงนี้ทำให้ทักษะสมอง EF ทำงานเพิ่มมากขึ้นด้วย

ทำไมความหนาของคอร์ปัสแคลโลซัมจึงมีผลต่อ EF เพราะว่าหากสมองส่งข้อมูลถึงกันได้อย่างรวดเร็ว การทำงานของสมองส่วนหน้าสุดที่เชื่อมโยงกับสมองส่วนอื่นๆ ทางด้านหลังก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย การควบคุมตนเองให้มีสมาธิจดจ่อ การเปลี่ยนความคิดได้ การควบคุมอารมณ์ ก็จะทำงานได้รวดเร็วขึ้นด้วย หากเด็กไม่ได้รับการฝึกให้ใช้สมองส่วนหน้าสุดบ่อยๆ เมื่อใดที่สมองส่วนของอารมณ์ทำงานมากเกินไปเด็กจะใช้อารมณ์เข้ามาตัดสินใจแทนเหตุผล