แยกห้องนอนลูก

สังคมบ้านเราที่เด็กๆ มักนอนกับคุณพ่อคุณแม่ การจะแยกให้ลูกไปนอนคนเดียวในห้องตัวเองนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเด็กมักงอแง ร้องขอนอนกับพ่อแม่เรื่อยไป หรือมีอาการกลัวที่จะต้องนอนอยู่คนเดียว จนปฏิบัติการแยกห้องนอนล้มเหลว

ทั้งที่ความจริงเราสามารถแยกเด็กให้นอนในห้องของเขาเองได้ตั้งแต่ลูกอายุได้ 3-6 ขวบ เพียงแต่ต้องปรับการแยกห้องของเขาอย่างนุ่มนวลเท้านั้นเอง

เตรียมใจให้พร้อม

นอกจากตัวลูกที่เป็นกังวลกับการแยกห้องนอนแล้ว คุณแม่เองก็คงกังวลไม่น้อยว่า ลูกจะหลับสบายและปลอดภัยมั้ย การเลือกห้องให้ลูกจึงควรใช้ห้องที่อยู่ติดกับห้องของคุณพ่อคุณแม่ ถ้ามีประตูเชื่อมถึงกันได้ก็ยิ่งดี ในช่วงแรกๆ คุณอาจได้ยินเสียงลูกร้องกลางดึก ควรเข้าไปหาเขาเพื่อให้ลูกรู้สึกว่าไม่ได้ถูกทอดทิ้ง แต่ไม่ควรเข้าไปหาเขาเกินคืนละ 2 ครั้ง เพราะลูกจะร่ำร้องหาคุณไม่เลิก

ในกรณีที่ลูกแสดงอาการหวาดกลัวเมื่อต้องอยู่คนเดียวในห้องส่วนตัวของเขา คุณพ่อคุณแม่ควรชวนลูกสำรวจห้องให้ทั่วเสียก่อน เพื่อให้ลูกมั่นใจว่าห้องของเขาปลอดภัยพอ ถ้าลูกกลัวความมืดควรเปิดไฟดวงเล็กๆ ทิ้งไว้ หรือแง้มประตูห้องเพื่อให้มีแสงสว่างจากภายนอกลอดเข้ามาในห้องได้ หากลูกมีอาการไม่สบายใจวิตกกังวลมาก ในระยะแรกคุณอาจต้องยอมอยู่กับลูกจนกว่าลูกจะหลับ หาหมอนหรือตุ๊กตานุ่มๆ ให้ไว้เป็นเพื่อนลูก เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเข้านอน และเป็นเครื่องสร้างความอบอุ่นใจให้ลูกได้รู้สึกว่ามีเพื่อนอยู่ข้างๆ ตลอดเวลา

จัดเตรียมห้องให้ปลอดภัย

ก่อนที่จะปล่อยให้ลูกรักได้หลับสบายและใช้ชีวิตในห้องส่วนตัวของเขา เรามาสำรวจกันก่อนดีกว่า ว่าห้องนอนที่คุณเตรียมไว้ให้ลูกนั้นมีความปลอดภัยแค่ไหน

ควรวางเตียงของลูกไว้ชิดผนังด้านใดด้านหนึ่ง ถ้าลูกยังเล็กและนอนดิ้นควรมีที่กั้นข้างเตียงกันการพลัดตก

ถ้าประตูห้องของลูกอยู่ตรงกับบันไดควรติดตั้งประตูกั้นทางขึ้นลงบันไดไว้ และปิดประตูนั้นไว้เสมอ

ควรปิดประตูหน้าต่างลงกลอนไว้และเอาเก้าอี้ที่ลูกอาจใช้ปีนขึ้นไปเปิดกลอนได้ออกไปจากห้อง

รวบเก็บเชือกผ้าม่านให้เรียบร้อย เพราะลูกอาจดึงเชือกเล่นจนเกิดอุบัติเหตุได้

ไม่เก็บของเล่นบนชั้นสูงๆ ควรวางในที่ที่เด็กหยิบได้สะดวกโดยไม่ต้องปีน

สำรวจลิ้นชักว่าแน่นหนาดีหรือเปล่า ถ้าใช้ลิ้นชักที่ตัวลิ้นชักไม่สามารถดึงออกจากตัวตู้ได้ จะช่วยป้องกันอุบัติเหตุจากการที่เด็กถูกลิ้นชักหล่นลงมาทับได้

ไม่เก็บยา สารเคมีใดๆ ไว้ในห้องของลูก

เตรียมร่างกายให้พร้อมหลับ

การบอกลูกเพียงสั้นๆ ว่า เขาโตพอที่จะแยกจากพ่อแม่ไปนอนคนเดียวในห้องของตัวเองได้แล้ว นั้นไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาหลับสบายในส่วนตัวได้ ต้องสร้างความเคยชินให้เขาด้วย

การจะส่งลูกเข้านอนในห้องใหม่ได้นั้นคุณควรกำหนดเวลานอนของลูกให้เป็นเวลที่แน่นอน โดยให้ลุกหยุดเล่นและปิดทีวีก่อนถึงเวลานอนสักครึ่งชั่วโมง เพื่อให้เขาเข้านอนได้อย่างสงบ จากนั้นพาลูกแปรงฟันล้างหน้าและเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องตื่นขึ้นมาพบกับความมือเพราะปวดปัสสาวะกลางดึก

การส่งรูปเข้านอนนั้นควรให้คุณพ่อหรือคุณแม่คนใดคนหนึ่งเท่านั้นเป็นคนทำหน้าที่นี้ ไม่ควรเข้าไปพร้อมกันทั้งสองคนเพราะอาจทำให้เวลาเข้านอนต้องยืดเยื้อไปอีก คุณพ่อหรือคุณแม่ที่ทำหน้าที่ส่งลูกเข้านอนควรใช้เวลาอยู่กับลูกสักพัก โดยอาจเล่านิทานให้เขาฟัง นิทานที่เล่านั้นควรเป็นเรื่องที่จบลงด้วยความสุข อย่าเลือกเรื่องที่น่ากลัว หรือเรื่องเกี่ยวกับการผจญภัยตื่นเต้น ซึ่งอาจทำเด็กนอนไม่หลับ ฝันร้ายกลางดึกได้