ลูกน้อยมีสมองอัจฉริยะ

สมองของคนที่เก่ง มีความสามารถ หรือสมองของคนที่เป็นอัจฉริยะ จะมีการทำงานเหมือนสมองของคนทั่วไปหรือไม่ แล้วเราจะพัฒนาให้ลูกมีสมองที่ดีหรือเป็นอัจฉริยะเหมือนคนเหล่านั้นได้อย่างไร เราจึงนำข้อมูลการศึกษาเกี่ยวกับสมองของไอน์สไตน์มาเป็นความรู้แก่คุณพ่อคุณแม่

สมองของคนฉลาดจะแตกต่างจากภายใน

ไอน์สไตน์ที่เป็นอัจฉริยะของโลกซึ่งมีความสามารถหลายด้าน ทั้งในด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ แถมยังเป็นคนที่มีความสามารถด้านดนตรีอีกด้วย เมื่อนำสมองของไอน์สไตน์มาศึกษาพบว่า ในช่วงวัยเด็กไอน์สไตน์เป็นเด็กที่ไม่ได้ฉายแววความฉลาดมาตั้งแต่เกิด แล้วก็เป็นเด็กที่พูดช้า พูดไม่เก่ง คือ ถ้าดูภายนอก สมองของไอน์สไตน์กับคนทั่วไปจะดูไม่ต่างกันเลย อาจมีขนาดเล็กกว่านิดหน่อยด้วยซ้ำ แต่เมื่อไปดูที่ส่วนของรอยหยักในเปลือกสมองของเขาพบว่ามีความแตกต่างอยู่บ้าง เช่น เปลือกสมองบางบริเวณไม่พบชัดเจนเหมือนคนทั่วไป เช่น บริเวณแพรเอทัล โอเพอร์คิวลัม จึงทำให้เปลือกสมองส่วนใกล้เคียงที่เรียกว่า อินเฟียเรียแพริเอทัลโลบ มีขนาดใหญ่กว่าคนปกติ สมองส่วนนี้ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับความสามารถเชิงคณิตศาสตร์ การคิดเป็นภาพ คิดเป็นเหตุเป็นผล การเข้าใจภาษาภาพละสี รวมไปถึงการจินตนาการ ซึ่งเป็นสิ่งที่บอกเราว่าแรกเกิด สมองทุกคนจะมีลักษณะทั่วไปคล้ายกัน แต่ไม่มีใครเหมือนกันเป๊ะ แต่หากมองลึกลงไปจะพบความแตกต่างในระดับข้างในมากกว่า โดยพบว่าสมองของคนเป็นอัจฉริยะสัมพันธ์กับรายละเอียดภายในสมองมากกว่าภายนอกที่เราเห็นแค่เพียงรอยหลักหรือขนาด แม้รอยหลักในสมองของไอน์สไตน์จะเยอะกว่าแต่สมองของเขาจะมีความหนาของชั้นเนื้อ สมองที่เป็นสีเท่ามากกว่าคนปกติ แสดงถึงการมีเซลล์ประสาทขนาดใหญ่กว่า หรือมีแขนงประสาทเดนไดรต์จำนวนมากกว่า

คนเก่งมีวงจรประสาทที่เชื่อมโยงกันในระยะไกล

โดยปกติสมองของคนเราจะเชื่อมโยงต่อกันทั้งระยะใกล้และระยะไกล การเชื่อมโยงระยะใกล้ (Short Distance Connection) เป็นการเชื่อมโยงระหว่างสมองบริเวณที่อยู่ใกล้เคียงกัน ส่วนการเชื่อมโยงระยะไกล (Long Distance Connection) เป็นการเชื่อมโยงระหว่างสมองบริเวณที่อยู่ไกลกัน พบว่า การเชื่อมโยงของเซลล์ประสาทในสมองของไอน์สไตน์ส่วนใหญ่จะเป็นการเชื่อมโยงระยะไกล คือ เชื่อมโยงจากสมองส่วนหน้ากับสมองทางด้านหลัง ซึ่งบางคนทั่วไปการเชื่อมโยงระยะใกล้และระยะไกลจะมีเท่าๆ กัน คือ มีทั้งสั้นบ้างและยาวบ้าง แต่ในสมองของอัจฉริยะบางคนมีการเชื่อมโยงที่ไกลๆ กันเยอะกว่าการติดต่อกันแบบสั้นซึ่งจะสัมพันธ์กับความสนใจและความเก่งของเขา

หากคนที่สมองมีการเชื่อมโยงระยะใกล้มากกว่าการเชื่อมโยงระยะไกลมักจะเป็นคนที่สนใจเรื่องไหนก็เก่งอยู่เรื่องนั้น แต่คนที่มีการเชื่อมโยงของสมองส่วนต่างๆ แบบระยะไกลมากกว่า เช่น จากข้างหน้าไปข้างหลัง จากด้านข้างๆ ซ้ายขวาโยงไปไกลๆ จะเป็นคนที่เก่งหลายด้าน มีความสนใจหลายเรื่อง เวลามองปัญหา เขาจะมองจากหลายๆ แง่มุม ยกตัวอย่างคนกลุ่มที่มีการทำงานเชื่อมโยงของสมองแบบสั้นๆ เช่น คนที่เป็นออทิสติก เวลาที่เขาสนใจเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เขาก็จะสนใจอยู่เรื่องเดียว เรื่องอื่นจะไม่สนใจเลย เช่น สนใจตัวเลข วันเดือนปี จำตารางปฏิทินได้หมด เช่น จำได้ว่าวันนี้เดือนนี้ ปีนี้ คือวันอะไร แต่ถ้าเรื่องอื่นเขาจะไม่สนใจเลย ถ้าลักษณะแบบนี้คล้ายการเชื่อมโยงที่ไม่ซ้ายจัดก็ขวาจัดเลย เป็นกลุ่มคนพิเศษที่ไม่ใช่คนปกติทั่วไป

ส่งผ่านข้อมูลสู่สมองได้มากกว่าปกติ

นอกจากนี้สมองของไอน์สไตน์จะมีจุดน่าสนใจอีกเรื่องนอกจากการเชื่อมโยงคือ การรับข้อมูลเข้าไปในสมองได้มากกว่าปกตินั่นคือ ในคนปกติเมื่อมีข้อมูลเข้ามา ระบบในสมองจะมีเกตเวย์หรือประตูที่คอยกลั่นกรองข้อมูลก่อนส่งผ่านเข้าไปสู่สมองเราเรียกว่า ทาลามัส (Thalamus) ซึ่งส่วนของทาลามัสนี้จะอยู่ตรงแกนกลางของสมองทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมสัญญาณประสาทก่อนที่จะส่งต่อไปที่เปลือกสมองส่วนต่างๆ ในทั่วไปจะมีการกรองข้อมูลก่อนว่าจะให้ข้อมูลอะไรผ่านเข้าไปบ้าง อันไหนไม่ให้ผ่านเข้าไป แต่ในสมองของคนที่เก่งหรือคนฉลาด ทาลามัสของเขาจะกรองข้อมูลน้อยกว่าปกติ จะปล่อยหรืออนุญาตให้ข้อมูลเข้าไปได้เยอะกว่า พอข้อมูลเข้าไปได้เยอะ เขาก็สามารถนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการคิด การแก้ปัญหาได้มากกว่าเหมือนคนเราเวลาคิดจะทำอะไรสักอย่างหนึ่งเราก็จะมีตัวเลือกมากมายเลยว่าอันนี้ยากไป อันนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้ อันนี้แพงไป ตัดทิ้งไปจนเหลือแค่เพียงไม่กี่อย่างที่สรุปว่าจะทำแต่ในคนที่เป็นอัจฉริยะ เมื่อมีข้อมูลที่เข้ามาในสมองหลากหลายและเยอะกว่า เขาจะเก็บข้อมูลไว้ทั้งหมด ไม่ทิ้งความคิดใดไปเลยสักอัน แต่จะพยายามนำทุกอย่างมาใช้ในการทำงานนั้นๆ ให้ดีขึ้น ดีขึ้นเรื่อยๆ และสมองส่วนทาลามัสนี้จะมีสารเคมีที่เรียกว่า โดปามีน ที่มีการหลั่งออกมามากในคนอัจฉริยะ ส่งผลต่อวิธีการคิดของเขาซึ่งคนที่เป็นอัจฉริยะ เขาจะจดจำรายละเอียดข้อมูลต่างๆ ได้เยอะ ส่งผลทำให้เขามีข้อมูลเยอะและนำไปใช้คิดแก้ปัญหาได้มากกว่า คิดสร้างสรร์ได้มากกว่าคนทั่วไป นอกจากนี้สิ่งหนึ่งที่พบมากในสมองไอน์สไตน์ก็คือมีเซลล์พี่เลี้ยง (Glial Cells) จำนวนมากกว่าคนทั่วไป ซึ่งจะไปช่วยให้จุดเชื่อมต่อเซลล์ประสาท (Synapses) ในสมองทำงานและส่งข้อมูลถึงกันอย่างมีประสิทิภาพมากขึ้น

สรุปคือ แม้สมองของคนที่เป็นอัจฉริยะจะมีความต่างจากสมองของคนทั่วไป แต่ยังไม่แน่ชัดว่าความแตกต่างนี้เกิดขึ้นมาก่อนแล้วจึงทำให้คนเป็นอัจฉริยะ หรือความแตกต่างนี้เกิดจากการฝึกฝนใช้งานอย่างต่อเนื่องจนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสมองที่เรามองเห็นได้ แต่เป็นไปได้มากที่ความต่างนี้จะค่อยๆ เกิดขึ้นและค่อยๆ สะสมมาเรื่อยๆ โดยที่สมองของเขาก็ตั้งต้นมาเท่าๆ กับคนอื่นแต่ปัจจัยสำคัญคือ สิ่งแวดล้อม ซึ่งสิ่งแวดล้อมและการเลี้ยงดูตั้งแต่เกิดนี่เองคือสิ่งสำคัญที่เปิดโอกาสให้ลูกได้เรียนรู้ ได้รับการกระตุ้นสมองจนสามารถเป็นเด็กที่เก่งได้ ฉะนั้นจึงอยากให้กำลังใจคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านได้รู้ว่าลูกเราก็สามารถเก่งและฉลาดได้เช่นกัน