โรคมะเร็งทวารหนัก

ทวารหนัก หมายถึงลำไส้ใหญ่ส่วนปลายที่มีความยาวประมาณ 15 เซนติเมตร ตั้งแต่กล้ามเนื้อหูรูดของรูทวารขึ้นไป เป็นลำไส้ใหญ่ส่วนที่ตรง บางคนจึงเรียกว่าใส้ตรง มะเร็งทวารหนัก ภาษาอังกฤษเรียกว่า CA rectum

ในบรรดามะเร็งลำไส้ มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักเป็นมากที่สุด มากกว่า 90% คำว่ามะเร็งลำไส้จึงหมายถึงมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มะเร็งลำไส้ใหญ่มักจะเกิดในคนอายุ 50 หรือมากกว่า ในสหรัฐอเมริกาแต่ละปีมีผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก 143,000 ราย มีอยู่ราว 40,000 ราย ที่เป็นมะเร็งทวารหนัก

การรักษาโดยตรงของมะเร็งทวารหนักคือการผ่าตัด และบางกรณีที่เป็นมากอาจจะให้เคมีบำบัดร่วมกับการฉายแสงด้วย แต่ถ้าสามารถตรวจพบมะเร็งทวารหนักได้เร็วในระยะแรกๆ การรักษาจะได้ผลดีในระยะยาวราว 85-90% ตัวเลขนี้จะลดลงมากถ้าตรวจพบช้าจนมีการแพร่กระจายไปที่ต่อมน้ำเหลืองของลำไส้

มะเร็งทวารหนักส่วนมากเริ่มจากติ่งเนื้อเล็กๆ polyp การตัดติ่งเนื้อออกจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดมะเร็งตามมา ด้วยเหตุนี้การส่องกล้องตรวจกวาดหา (screening) และตัดติ่งเนื้อในเวลาที่เหมาะสมจึงได้ประโยชน์ เวลาที่เหมาะสมมักเริ่มที่ 50 ปี

อาการต้องสงสัยว่าเป็นโรคมะเร็งทวารหนัก

หลายคนเมื่อเป็นมะเร็งทวารหนักไม่มีอาการหรืออาการแสดงในระยะเริ่มแรกของโรค อาการและอาการแสดงของโรคในระยะหลังๆ มีดังนี้

อุจจาระเป็นเลือด มักเป็นเลือดสด

มีการเปลี่ยนแปลงของนิสัยการขับถ่าย

ปวดมวนท้องน้อย

ปวดก้น

มีความรู้สึกถ่ายอุจจาระไม่สุด

มีความรู้สึกว่ามีอุจจาระเต็มก้นแต่เวลาเบ่งถ่ายมันปวดและถ่ายไม่ออกด้วย

เมื่อมีอาการถ่ายเป็นเลือดควรให้แพทย์ตรวจ แม้ว่าอาการต่างๆ ดังข้างบนนี้อาจจะเกิดจากสาเหตุอย่างอื่นได้ แต่การตรวจของแพทย์สามารถแยกแยะสาเหตุอื่นได้ เช่น ริดสีดวงทวาร แผลที่ช่องทวารหนัก

การตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งทวารหนัก

หากแพทย์ส่งสัยมะเร็งทวารหนัก เริ่มแรกแพทย์จะตรวจโดยการใช้นิ้วสวมถุงมือหล่อลื่นสอดเข้าไปคลำดูว่ามีก้อนหรือไม่ หลังจากนั้นจะมีการตรวจอย่างอื่นเพื่อวินิจฉัยยืนยัน หรือตรวจเพื่อดูระยะของโรค ดังนี้

ส่องกล้องที่มีลักษณะเป็นแท่งกลวงแข็งตรวจทวารหนัก ความลึกประมาณ 15 เซนติเมตร

ถ้าตรวจด้วยวิธีแรกแล้วไม่พบอะไร แต่แพทย์ยังสงสัยจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม อาจจะตรวจเพิ่มด้วยกล้องที่เลี้ยวเข้าไปลึกๆ ได้ ที่เรียกว่า colonoscopy การตรวจวิธีนี้สามารถตรวจได้ตลอดความยาวของลำไส้ใหญ่ ถ้าพบติ่งเนื้อก็ตัดออกได้ หรือถ้าเป็นก้อนเนื้อใหญ่ก็สามารถตัดตัวอย่างชิ้นเนื้อออกไปตรวจได้

การตรวจโดยเครื่องคอมพิวเตอร์ตรวจหามะเร็งในช่องท้อง หรือดูขนาดและขอบเขตของมะเร็ง พร้อมทั้งสามารถูว่ามะเร็งแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นแล้วหรือยัง

การตรวจด้วยเอกซเรย์ หรือ ซีที ปอด เพื่อดูว่ามะเร็งแพร่กระจายไปที่ปอดหรือยัง

บางกรณีอาจจะตรวจด้วยอัลตราซาวนด์โดยวิธีส่องกล้อง หรือ MRI เพื่อดูว่ามะเร็งทวารหนักมีความลึกมากแค่ไหน มีการแพร่กระจายไปที่ต่อมน้ำเหลืองหรือยัง หรืออัลตราซาวนด์อาจจะช่วยนำวิธีตัดตัวอย่างชิ้นเนื้อจากต่อมน้ำเหลืองไปตรวจด้วย

การรักษามะเร็ง

มีปัจจัยหลายอย่างที่มีอิทธิพลต่อการรักษา ถ้ามะเร็งไม่ลุกลามผ่านผนังทวารหนัก และไม่แพร่กระจายไปที่ต่อมน้ำเหลือง แบบนี้เป็นมะเร็งระยะเริ่มแรกระยะ 1 มะเร็งที่ลุกลามผนังทวารหนักแต่ยังไม่กระจายไปที่ต่อมน้ำเหลืองเป็นมะเร็งระยะ 2 ถ้ามีการแพร่กระจายไปที่ต่อมน้ำเหลืองด้วยเรียกว่า ระยะที่ 3 มะเร็งที่แพร่กระจายไปที่อื่นๆ เรียกว่า ระยะ 4

การผ่าตัดเอามะเร็งออกเป็นวิธีการรักษามะเร็งทวารหนักทุกระยะ แต่การผ่าตัดมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับว่ามะเร็งอยู่ตรงไหน อยู่สูงหรือต่ำ ใกล้ชิดกล้ามเนื้อหูรูดหรือไม่อย่างไร

สำหรับมะเร็งที่ลุกลามผนังหรือผ่านผนังทวารหนัก การผ่าตัดต้องตัดก้อนมะเร็งออกพร้อมกับเนื้อเยื่อที่ไม่เป็นมะเร็งโดยรอบ ต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ใกล้ๆ ก็ได้รับการตัดออกด้วย เมื่อตัดอย่างว่าแล้ว บางกรณีศัลยแพทย์สามารถเย็บต่อลำไส้ใหญ่กับทวารหนักส่วนปลายที่ปราศจากมะเร็ง ถ้าทำอย่างนั้นได้ เมื่อแผลหายแล้วคนไข้จะยังสามารถถ่ายอุจจาระทางก้นได้ แต่ถ้าทำอย่างนั้นไม่ได้ เช่น ทำยาก มีความเสี่ยงที่การต่อลำไส้จะไม่ติดคือรั่ว ศัลยแพทย์ก็จะทำการผ่าตัดเอารูทวารออกด้วยพร้อมทั้งทำการสร้างรูทวารใหม่ให้เปิดออกที่หน้าท้อง

นอกจากการผ่าตัดแล้ว ในกรณีมะเร็งทวารหนักเป็นมากลุกลามมากแพทย์ผ่าตัดไม่ได้ แพทย์จะให้เคมีบำบัดและการฉายแสงร่วมด้วย ถ้ามะเร็งไม่ได้แพร่กระจายไปยังที่ห่างไกลจากต้นตอ การให้เคมีบำบัดและการฉายแสงร่วมด้วย ถ้ามะเร็งไม่ได้แพร่กระจายไปยังที่ห่างไกลจากต้นตอ การให้เคมีบำบัดและการแยแสงจะเป็นการรักษาให้ก้อนมะเร็งลดขนาดลงก่อนทำการผ่าตัดเอามันออก โดยทั่วไปแนะนำการให้เคมีบำบัดและฉายแสงก่อนการผ่าตัด ในรายที่เป็นมะเร็งทวารหนักระยะ 2 และ 3 และหลังจากผ่าตัดแล้วยังให้คมีบำบัดเพิ่มเติมด้วย

เนื่องจากมะเร็งทวารหนักเป็นโรคที่รักษาให้หายได้ดีถ้าตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะแรกๆ ของโรค ถ้ามีอาการและอาการแสดงอย่างที่กล่าวมาข้างต้นและอายุอยู่ในเกณฑ์เสี่ยงก็ควรรีบปรึกษาแพทย์