เจาะเลือดตรวจโรคเบาหวาน

โรคเบาหวานคนส่วนใหญ่จะรู้จักและรู้เรื่องราวเกี่ยวกับโรคเบาหวานนี้กันบ้างแล้ว ทั้งที่ประสบกับตัวเอง หรือมีบุคคลใกล้ชิดกำลังประสบอยู่ โรคเบาหวานที่พบมากในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ คือโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งเกิดจากความผิดปกติในการเผาผลาญ เนื่องจากการขาดฮอร์โมนอินซูลินหรือภาวะดื้อต่ออินซูลิน ทำให้ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดสูงผิดปกติจนถึงขั้นเป็นโรคเบาหวาน

สำหรับคนที่ไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังเป็นโรคเบาหวานหรือไม่ สามารถรับการตรวจที่โรงพยาบาล คลินิก หรือศูนย์สาธารณสุขที่ใกล้บ้านได้ โดยวิธีใดวิธีหนึ่งดังนี้

เจาะเลือดหลังอดอาหารแล้ว 8 ชั่วโมง

ค่าน้ำตาลที่ได้ต่ำกว่า 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร แปลว่าปกติ

ค่าน้ำตาลที่ได้อยู่ในช่วง 100-125 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร แปลว่า ผิดปกติ แต่ยังไม่ถึงขั้นเป็นโรคเบาหวาน ซึ่งคนกลุ่มนี้ต้องเริ่มออกกำลังกายและควบคุมอาหารอย่างสม่ำเสมอ

ค่าน้ำตาลที่ได้ตั้งแต่ 126 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรขึ้นไป แปลว่า เป็นโรคเบาหวาน วิธีนี้ควรตรวจซ้ำอีกครั้งในวันถัดไปที่สะดวกเพื่อยืนยัน

เจาะเลือดโดยไม่ต้องอดอาหาร สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกในการอดอาหาร แต่สงสัยว่าเป็นเบาหวานเนื่องจากมีอาการปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำบ่อย หิวบ่อย หรือกินจะแต่น้ำหนักลด ควรรีบมาตรวจคัดกรอง การแปลผล

ค่าน้ำตาลที่ได้ต่ำกว่า 140 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร แปลว่า ปกติ

ค่าน้ำตาลที่ได้อยู่ระหว่าง 140-199 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร แปลว่า ผิดปกติ แต่ยังไม่ถึงขั้นเป็นโรคเบาหวานซึ่งคนกลุ่มนี้ต้องเริ่มออกกำลังกายและควบคุมอาหารอย่างสม่ำเสมอ

ค่ำน้ำตาลที่ได้ตั้งแต่ 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรขึ้นไป แปลว่า เป็นโรคเบาหวาน

เจาะเลือดตรวจความทนต่อกลูโคส วิธีนี้มักใช้ตรวจเพื่อยืนยันในรายที่

เจาะเลือดหลังอดอาหารแล้ว 8 ชั่วโมงแล้วพบค่าน้ำตาลที่ได้อยู่ในช่วง 100-125 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร

เจาะเลือดโดยไม่ต้องอดอาหารแล้วพบค่าน้ำตาลที่ได้อยู่ในช่วง 140-199 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร

วิธีนี้สามารถมารับการตรวจที่โรงพยาบาล โยการเจาะเลือด 2 ชั่วโมงหลังดื่มน้ำตาลกลูโคส 75 กรัม การแปลผล ถ้าพบค่าน้ำตาลที่ได้ตั้งแต่ 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรขึ้นไป แปลว่า เป็นโรคเบาหวาน วิธีนี้ควรตรวจซ้ำอีกครั้งในสัปดาห์ถัดไปที่สะดวกเพื่อยืนยัน

สำหรับคนที่เป็นโรคเบาหวานแล้วอย่าเพิ่งวิตกกังวลจนเกินไป เพราะจริงๆ แล้วเราสามารถอยู่กับเบาหวานได้อย่างมีความสุขตราบเท่าที่เรารู้และเข้าใจในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ หรือเหมาะสมด้วยการดูแลตัวเองอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ