การเลือกรองเท้าป้องกันเท้าพลิกขณะออกกำลังกาย

การออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมต่างๆ ล้วนเป็นการส่งเสริมให้สุขภาพแข็งแรง หลายคนไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน เมื่ออยากออกกำลังกายก็พกความตั้งใจมาอย่างเต็มที่ ออกกำลังกายกันหนักหน่วงจนเกิดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เจ็บตามข้อต่างๆ สุดท้ายจึงไม่ยอมออกกำลังกายอีก

ดังนั้นก่อนการออกกำลังกายควรเตรียมตัวให้พร้อม และสิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมคือ รองเท้า

ในการเลือกรองเท้านั้น ควรเลือกให้เหมาะกับชนิดกีฬาและลักษณะเท้าของแต่ละคน เพราะรองเท้าที่เหมาะสมจะช่วยลดการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาและสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นกีฬาได้อีกด้วย ในการเลือกซื้อรองเท้าสำหรับออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาควรเลือกดังนี้

  • ควรเลือกซื้อในช่วงเย็น ซึ่งเป็นเวลาที่เท้าขยายใหญ่สุด เพราะเลือดไหลเวียนลงไปที่เท้ามากที่สุดจากการเดินวิ่ง หรือทำกิจกรรมมาตลอดทั้งวัน
  • ควรสวมถุงเท้าที่ใช้จริงขณะลองรองเท้า เพื่อทดสอบความสบายในการสวมใส่
  • ควรเลือกรองเท้าให้มีขนาดพอดีกับเท้า โดยสังเกตว่า เมื่อสวมรองเท้าแล้ว ปลายนิ้วเท้าทุกนิ้วสามารถขยับได้สบายๆ ไม่มีการกดทับ รองเท้าเข้ารูปกับส้นเท้าพอดี ไม่มีช่องว่างที่ทำให้เท้าเลื่อนไปมาขณะออกกำลังกาย
  • ควรร้อยเชือกรองเท้าทุกรูให้แน่น แล้วลองสวมดูว่ารู้สึกสบายหรือไม่
  • ควรรู้สึกสบายตั้งแต่ครั้งแรกที่สวมใส่ อย่าคิดว่ารองเท้าจะยืดหรือปรับตามรูปเท้าของเรา จากนั้นลองเดิน วิ่ง กระโดดเพื่อทดสอบดูว่ารู้สึกเจ็บปวดไหมและพิจารณาว่ารองเท้าช่วยลดแรงกระแทกได้หรือไม่
  • สำหรับผู้ที่เล่นกีฬาชนิดใดชนิดหนึ่ง มากกว่าสัปดาห์ละ 3 ครั้ง แนะนำให้เลือกรองเท้าที่อกแบบมาเฉพาะการเล่นกีฬาชนิดนั้นๆ เพราะกีฬาแต่ละประเภทมีการเคลื่อนไหว อุปกรณ์ พื้นผิวของสนามที่ใช้ฝึกแตกต่างกัน จึงควรเลือกรองเท้าเฉพาะกีฬาประเภทนั้นๆ

การวิ่ง เป็นการออกกำลังกายที่เกิดแรงกระแทรกและเป็นการออกแรงแบบซ้ำๆ แต่จะไม่มีแรงกระแทกจากภายนอกเข้ามากระทำ จึงควรเลือกรองเท้าวิ่งที่มีความนุ่ม เบา สวมสบาย พื้นและส้นรองเท้าสามารถรับแรกกระแทกได้ดี

เล่นบาสเกตบอล มีการกระโดด ควรเลือกรองเท้าที่หุ้มข้อเท้าเพื่อป้องกันข้อเท้าพลิก พื้นรองเท้าต้องหนาและหนักกว่ารองเท้ากีฬาชนิดอื่นๆ เพื่อลดแรงกระแทกในการวิ่งหรือกระโดดบนพื้นไม้

การออกกำลังกายในร่มหรือฟิตเนส ที่ไม่มีแรงปะทะหรือไม่ต้องวิ่งมากนัก สามารถเลือกใช้รองเท้ากีฬาทั่วไป แต่ขอให้เป็นรองเท้าที่เบา สวมสบาย คล่องตัว และพื้นรองเท้ายึดเกาะกับทุกสภาพผิวได้ดี

นอกจากนี้ยังต้องพิจารณารูปเท้าของตนเองว่าเป็นอย่างไร อาจทำได้ง่ายๆ โดยการปั๊มเท้าตนเองลงบนกระดาษ แล้วสังเกตดังนี้

เท้าปกติ เท้าและข้อเท้าจะอยู่ในระนาบเดียวกับข้อเท้า ฝ่าเท้ามีส่วนเว้าประมาณ 3 ใน 4 คนที่มีรูปเท้าปกติสามารถเลือกรองเท้าได้ทุกรูปแบบเพราะเป็นรูปเท้ามาตรฐาน เคลื่อนไหวและทรงตัวตามปกติได้ หรือแนะนำให้ใช้รองเท้าวิ่งแบบ Stability ซึ่งรองรับแรงกระแทกได้ดี

ฝ่าเท้าสูงร่วมกับข้อเท้าโก่งออกด้านข้าง ฝ่าเท้ามีส่วนโค้งส่วนเว้ามากหรือรอยเท้าขาด ส่งผลให้เกิดการลงน้ำหนักไปที่ฝ่าเท้าด้านนอกมากกว่าด้านในอย่างเห็นได้ชัด ควรเลือกรองเท้าวิ่งประเภท Flexible หรือ Cushioned ที่มีตัวซัพพอร์ตเท้าเพื่อช่วยลดแรงกระแทกและทำให้การวางเท้าอยู่ในลักษณะปกติ

เท้าแบน ข้อเท้าจะเอียงเข้าด้านในทำให้ฝ่าเท้าด้านนอกยกสูงกว่าด้านใน ควรเลือกรองเท้าวิ่งแบบ Motion Controlled เพราะเป็นรองเท้าที่ออกแบบมาเพื่อคนเท้าแบนโดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของเท้าได้ง่ายขึ้น

การเต้นแอโรบิกและการกระโดดเชือก ควรเลือกรองเท้าที่รับแรงกระแทกได้ดี เพร้าสวมรองเท้าไม่มีคุณภาพอาจทำให้ปวดเข่า ข้อเท้า และส้นเท้าได้ ยิ่งถ้าเต้นบนพื้นที่ไม่ได้มาตรฐานด้วยแล้วยิ่งเป็นอันตรายต่อหัวเข่ามากขึ้น ซึ่งสามารถตรวจสอบรองเท้าที่เหมาะสมเป็นส่วนๆ ได้ดังนี้

  • พื้นบริเวณส้นรองเท้า ควรมีส่วนรองรับแรงกระแทก มีความยืดหยุนไม่ยุบตัวง่าย อาจจะทดสอบโดยวางรองเท้าบนฝ่ามือหรือพื้นแล้วออกแรงกดหรือกดนิ้วลงที่พื้นรองเท้าเพื่อทดสอบความยืดหยุ่น
  • พื้นบริเวณอุ้งเท้า ควรมีส่วนช่วยป้องกันเท้าพลิก
  • หัวรองเท้า โดยทั่วไปแล้วชาวเอเชียส่วนใหญ่มีฝ่าเท้ากว้าง จึงควรเลือกหัวรองเท้าขนาดใหญ่ โดยการลองสวมดูว่ามีการบีบรัดบริเวณหน้าเท้าหรือไม่

นอกจากนี้ยังต้องดูวันผลิต ไม่ควรเลือกรองเท้าที่ผลิตนานเกิน 6-12 เดือน เพราะส่วนประกอบ เช่นพลาสติก ยาง อาจเสื่อมคุณภาพไปตามเวลา

การเลือกรองเท้ากีฬาดีๆ นอกจากจะช่วยให้คุณออกกำลังได้อย่างมีความสุขและไม่เกิดอาการบาดเจ็บแล้ว ยังช่วยให้คุณสามารถพัฒนาตนเองให้ออกกำลังกายดีขึ้นไปอีกด้วย