กินโสม ช่วยดูแลสุขภาพ ป้องกันอาการป่วย

โสม Ginseng จัดเป็นพืชในสกุล Panax ซึ่งขึ้นกระจายอยู่ทั่วโลก แต่เมื่อค้นข้อมูลในระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์พบว่า แหล่งปลูกโสมที่มีคุณภาพที่สุดอยู่บริเวณคาบสมุทรเกาหลี เนื่องจากมีสภาพดินและสภาพอากาศที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต ซึ่งต้องใช้เวลาในการปลูกยาวนานถึง 6 ปี เพื่อให้ได้สารออกฤทธิ์สำคัญคือ จินเซนโนไซด์ Ginsenoside ในปริมาณสูง

ในปัจจุบันมีงานวิจัยระดับนานาชาติเกี่ยวกับโสม พบว่าสารจินเซนโนไซด์ชนิด Rb1 ส่งผลดีต่อสมองและระบบประสาท ส่วนสารจินเซนโนไซด์ชนิด Rg1 ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของสารเซโรโทนิน (Serotonin) และสารกาบา GABA ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับการเกิดภาวะเครียดเรื้อรัง โดยจะช่วยปรับสมดุลสารสื่อประสาท ทำให้สมองผ่อนคลายและลดความเครียดได้

และยังมีรายงานว่าการนำโสมไปใช้ในเด็กสมาธิสั้นที่เกิดจากระดับสารโดพามิน (Dopamine) และอะดรีนาลิน (Adrenaline) ในสมองไม่สมดุลพบว่า ช่วยให้การเชื่อมต่อของสัญญาณระบบประสาทในเด็กทำงานดีขึ้น รวมถึงมีงานวิจัยพบว่า โสมช่วยให้ระบบภูมิต้านทานทำงานดีขึ้นและลดภาวะอ่อนเพลียเรื้อรังซึ่งเกิดจากความเครียดเรื้อรังในคนทำงาน

นอกจากนี้สารออกฤทธิ์ในโสมยังมีโครงสร้างคล้ายฮอร์โมนเพศชายที่เรียกกันว่า ไฟโตเอนโดรเจน (Phytoandrogen) จึงทำให้สุขภาพเพศชายแข็งแรงขึ้น ช่วยแก้ปัญหาวัยทองในผู้หญิง และยังแก้อาการเมาค้างในผู้ที่ดื่มจัด

ดังนั้นโสมจึงเหมาะกับคนหลายกลุ่มหลายวัย อาทิ นักเรียน นักศึกษา คนทำงาน ผู้บริหารที่ต้องใช้ความจำและต้องการบู๊สต์พลังสมอง กลุ่มคนทำงานหนัก พักผ่อนน้อย มีความเครียด มีภาวะอ่อนเพลียเรื้อรัง ดื่มจัด กลุ่มผู้หญิงและผู้ชายที่เข้าสู่วัยทอง กลุ่มผู้สูงอายุที่ต้องการเพิ่มความจำและลดอาการอ่อนเพลีย

วิธีกินโสมที่ถูกต้องนั้น ในอดีตต้องนำมาเคี่ยวหรือปรุงเป็นอาหารซึ่งใช้เวลานานและได้สารออกฤทธิ์ปริมาณน้อย ปัจจุบันจึงมีวิธีการนำโสมขาวมาตากแห้ง หลังจากนั้นนำไปอบไอน้ำจะได้โสมแดงซึ่งมีสารจินเซนโนไซด์ปริมาณสูง นำมาสกัดแล้วบรรจุลงแคปซูลเจลนิ่ม หรือซอฟต์เจลซึ่งมีอนุภาคเล็ก ร่างกายดูดซึมง่าย โดยควรกินขณะท้องว่าง หรือก่อนอาหาร 30 นาที ขนาดที่แนะนำคือ วันละ 300 มิลลิกรัม ไม่เกินวันละ 1 กรัม

และหากจะเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมโสมเข้าสู่ร่างกายควรกินร่วมกับวิตามินอี ส่วนผู้ที่กินโสมแล้วรู้สึกร้อน เนื่องจากโสมจะเข้าไปเพิ่มกระบวนการเมแทบอลิซึมในร่างกาย จึงควรกินโสมสกัดที่ผสมเห็ดหลินจือลงไปด้วย เพราะเห็ดหลินจือจะเป็นตัวช่วยลดความร้อนของโสมลง