เทคนิคการดูแลตัวเอง ต้านโรคภูมิแพ้

ระบบภูมิคุ้มกันของคนเราถูกออกแบบมาเพื่อตรวจจับสิ่งแปลกปลอมที่เล็กลอดเข้ามาในร่างกาย ต่อสู้ และกำจัดออกไป เป็นระบบที่ช่วยปกป้องเราจากเชื้อไวรัสเชื้อแบคทีเรียต่างๆ แต่ในปัจจุบันร่างกายของเราต้องเผชิญกับสารเคมี สารกำจัดศัตรูพืชยาฆ่าแมลงต่างๆ เพิ่มขึ้นและติดต่อกันเป็นเวลานานตามพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของมนุษย์ เมื่อเวลาผ่านไปจึงอาจทำให้ระบบภูมิคุ้มกันไวต่อสิ่งกระตุ้นผิดปกติจนเกิดเป็นโรคภูมิแพ้ได้ เรามาดูกันว่าจะดูแลระบบภูมิคุ้มกันของเราให้ทำหน้าที่เต็มประสิทธิภาพได้อย่างไร

ระบบภูมิคุ้มกันนั้นจะดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับการทำงานของปอดและระบบทางเดินหายใจเป็นส่วนใหญ่ ปอดทำหน้าที่คอยปกป้องร่างกาย เพื่อต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมและเพิ่มสารอาหารแก่ผิวหนัง หากปอดทำงานไม่ดี พลังปกป้องร่างกายไม่ดี ระบบภูมิคุ้มกันก็จะอ่อนแอไปด้วย

วิธีปรับสมดุลและส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันเพื่อช่วยให้อาการภูมิแพ้ดีขึ้นตามที่คุณหมอแนะนำคือ

กินอาหารต้านภูมิแพ้

เลือกกินอาหารที่มีกากใยอาหาร เพื่อช่วยเสริมสร้างระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ ธัญพืชต่างๆ เช่น คีนัว ข้าวกล้อง มะละกอ สับปะรด มะม่วง ผักกาด ผักใบเขียว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เคล ผักโขม ที่มีสารอาหารเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน

หลีกเลี่ยงอาหารที่ก่อให้เกิดน้ำมูก และเสมหะ เช่น ผลิตภัณฑ์จากนม อาหารเย็นซืด อาหารมันๆ น้ำตาลทรายขาว หรือเครื่องดื่มที่ใส่น้ำเชื่อม

ดืมชาเขียวและชาคาโมมายล์ ทั้งสองอย่างนี้มีคุณสมบัติต้านฮิสตามีนโดยธรรมชาติ ช่วยปรับสมดุลระบบภูมิคุ้มกัน

ไม่กินอาหารซ้ำๆ จำเจ ควรกินให้หลากหลาย สลับๆ กันไปเช่น วันจันทร์กินขนมปังธัญพืช วันอังคารกินข้าวกล้อง วันพุธกินข้าวโอ๊ต วันพฤหัสบดีกินคีนัว แล้ววันศุกร์ค่อยวนกลับมากินขนมปังธัญพืช

กินน้ำผึ้งออร์แกนิกที่ไม่ผ่านกระบวนการใดๆ วันละ 1 ช้อนชา ช่วยลดการอักเสบได้

โรคภูมิแพ้สามารถเกิดขึ้นได้จากพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งหากพ่อแม่เป็นโรคภูมิแพ้ ลูกจะมีโอกาสเป็นโรคภุมิแพ้ได้สูงถึง 50-70 เปอร์เซ็นต์ ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้จะมีระบบภูมิคุ้มกันที่ไวต่อสิ่งกระตุ้นผิดปกติ และเมื่อภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ จะทำให้ร่างกายตอบสนองกับสิ่งเร้ามากเกินไปจนเกิดการอักเสบในอวัยวะที่สัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ Allergen ตัวอย่างสารระคายเคืองต่างๆ เช่น หมอก ควัน ไรฝุ่น จากสิ่งแวดล้อม

ออกกำลังกายสลายภูมิแพ้

การออกกำลังกายเป็นวิธีหนึ่งในการเสริมประสิทธิภาพการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยต้านการติดเชื้อและความเจ็บป่วยต่างๆ ได้

คาร์ดิโอ หากไม่สันทัดการออกกำลังกายอย่างจริงจัง อาจเร่มจากลองฝึกเดินเร็วประมาณ 4-5 กิโลเมตร ในระยะเวลา 30 นาทีต่อวัน เพื่อช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตและเพิ่มความแข็งแรงของร่างกาย

แอโรบิก เป็นการออกกำลังกายที่ดีต่อระบบทางเดินหายใจ เช่น การเต้นรำ ปั่นจักรยาน วิธีนี้จะทำให้ปอดทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและช่วยให้อาการภูมิแพ้ดีขึ้นได้

นวดกดจุด แม้จะไม่ใช่การออกกำลังกาย แต่ก็เป็นหนึ่งในวิธีต้านภูมิแพ้ที่แนะนำคือ ใช้นิ้วหัวแม่มือกดนวดบริเวณจุดใต้กะโหลกศีรษะทังสองข้างประมาณ 30-60 วินาที จุดนี้จะช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้

การออกกำลังกายควรทำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อดูแลรักษาระบบต่างๆ ของร่างกายให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

ถึงแม้ภูมิแพ้จะเป็นโรคยอดฮิตที่มีการเกิดโรคสูงในประเทศไทย แต่หากเราสามารถปรับวิถีชีวิตและรู้จักปฏิบัติตัวให้อยู่ร่วมกับโรคนี้ได้ ก็จะช่วยให้อาการดีขึ้นจนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติ