เลือกใส่ชุดชั้นในแบบเก็บสัดส่วนอย่างไร

ผู้หญิงหลายรายมีอาการปวดชายโครง ปวดท้อง หลังชา ขาชา ซึ่งตรวจพบว่าเกี่ยวข้องกับชุดชั้นในแบบเก็บสัดส่วนที่สวมใส่อยู่ แต่ก็มีผู้หญิงจำนวนมากที่ใส่ได้โดยไม่มีปัญหาอะไร บางคนบอกว่า หากไม่สวมใส่ชุดชั้นในแบบเก็บสัดส่วนจะขาดความมั่นใจจนไม่กล้าออกจากบ้านเลยทีเดียว

ประโยชน์ของชุดชั้นในแบบเก็บสัดส่วน

ทำให้รูปร่างดี อกได้รูป เอวคอด ซ่อนพุง แก้มก้นไม่หย่อน ดูสวยงามดึงดูดใจ

สามารถลดขนาดเอวลงได้ 1-3 นิ้วทันที่ที่สวมใส่

หาซื้อได้ง่ายตามความต้องการ มีหลายราคาให้เลือก

ใส่แล้วมองไม่เห็นจากภายนอก

บางแบบเหมาะกับการออกกำลังกาย เพราะใส่แล้วทำให้เหงื่อออกมาก

เกิดความพอใจในรูปร่างที่สวยอย่างทันท่วงที ทำให้อารมณ์ดี ยิ้มแย้ม แจ่มใส

เกิดความมั่นใจที่มีรูปร่างดี ส่งผลให้บุคลิกดี มั่นใจในการเข้าสังคม

วิธีเลือกชุดชั้นในแบบเก็บสัดส่วน

เลือกขนาดที่พอเหมาะ ไม่ควรเลือกที่คับเกินไป เพราะอาจเกิดปัญหาสุขภาพ หากเป็นส่วนของบรา ควรเลือกขนาดที่ถูกต้อง ซึ่งประกอบไปด้วย ขนาดตัว (Band Size) คือเส้นรอบตัวใต้เต้านม หน่วยวัดเป็นเซนติเมตร และขนาดคัพ (Cup Size) ได้จากเส้นรอบตัวผ่านยอดเต้านมลบด้วยเส้นรอบตัวเหนือเต้านม เช่น หากได้ค่าน้อยกว่า 1 นิ้วเป็นคับ AA / 1 นิ้วเป็นคัพ A / 2 นิ้วเป็นคัพ B / 3 นิ้วเป็นคัพ C / 4 นิ้วเป็นคัพ D

ลองสวม ควรลองใส่ชุดชั้นในแบบเก็บสัดส่วนก่อนทุกครั้ง โดยชุดที่เลือกต้องสวมใส่สบาย

สวมใส่สบาย คือใส่แล้วมีลักษณะดังนี้

เมื่อถอดสายคล้องบ่าออก บรายังสามารถพยุงเต้านมได้ หากการพยุงเต้านมเป็นหน้าที่ของสายบ่า คนที่เต้านมมีขนาดใหญ่และคนที่ต้องทำงานยกแขนจะมีอาการปวดไหล่ ปวดบ่า ปวดศีรษะ ปวดต้นคอ ปวดหลัง

สายของบราที่คล้องไหล่ต้องไม่รัดจนเป็นรอยแดง หรือหลวมจนเลื่อนหลุดจากไหล่ และต้องสามารถเอามือสอดเข้าไปในสายบ่อด้านหน้าได้โดยไม่รู้สึกตึงหรือแน่น

ไม่รู้สึกเจ็บซี่โครงเมื่อสวมใส่ ไม่รู้สึกหายใจติดขัดเพราะถูกกดทับจนต้องคอยจัดชุดชั้นใน

ไม่คัน ไม่เกิดผื่นแพ้เมื่อสวมใส่

สวมบราแล้วหัวนมควรอยู่กึ่งกลางบรา เต้านมไม่โป่งขึ้นด้านบน ด้านล่าง หรือปูดออกด้านข้างบริเวณรักแร้

กางเกงชั้นในต้องไม่รัดจนเนื้อแก้มก้นปูดออกมา ไม่รัดขาหนีบจนเดินลำบาก ก้มไม่ได้ หรือรัดจนเกิดอาการเจ็บชาต้นขา

การเลือกผ้าและส่วนประกอบ ในเมืองไทยนั้นมีอากาศร้อนจึงไม่ควรเลือกชุดชั้นในแบบเก็บสัดส่วนที่ใช้วัสดุทืบจนรู้สึกแน่น ควรมีส่วนผสมของผ้าฝ้ายหรือใยสังเคราะห์ที่ช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ ไม่อับชื้น ดูแลทำความสะอาดง่าย บางชนิดอาจมีลูกไม้หรือโบประดับ แต่ไม่ควรมีมากเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดอาการคันและแพ้ได้

แผ่นรองเสริมเต้านม ชุดชั้นในแบบเก็บสัดส่วนที่มีแผ่นรองเสริมให้เต้านมดูใหญ่อาจจะดูสวยเวลาสวมใส่เสื้อผ้า แต่ต้องระวังว่าแผ่นรองอาจไปกดทับเต้านมด้วย

คับหรือใส่นานจนก่อปัญหาสุขภาพ

กดกระเพาะอาหารและลำไส้ ทำให้มีอาการกรดไหลย้อน ท้องอืดท้องเฟ้อ

กดหน้าอก ทำให้หายใจไม่สะดวก เป็นลม

กดเต้านม ทำให้เจ็บเต้านม รู้สึกเหมือนเต้านมมีก้อนหรือบวม ทำให้เต้านมแบน สีเต้านมคล้ำลง

กดกระเพาะปัสสาวะ เพราะการถอดชุดชั้นในประเภทนี้ทำได้ยาก จึงต้องกลั้นปัสสาวะ อาจทำให้เกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบหรือปัสสาวะเล็ด

กดเส้นประสาท ทำให้ชาชา ปวดขา ปวดน่อง

กดกล้ามเนื้อหลัง ก้มยาก ปวดไหล่ ปวดหลัง

เลือดไหลเวียนไม่สะดวก เกิดเส้นเลือดขอดหลังเท้าบวม

คับและอับชื้น ทำให้เกิดเชื้อราใต้หน้าอก หน้าท้อง ขาหนีบ เกิดรูขุมขนอักเสบ หรือเป็นฝีบริเวณอวัยวะเพศ รวมไปถึงการเกิดผื่นคัน ผื่นแพ้

เทคนิคการหลีกเลี่ยงเกิดผื่นแพ้

เลือกผ้าฝ้าย ผ้าไหม จะช่วยให้แพ้น้อยกว่าขนสัตว์ ยางพารา พลาสติก ไนลอน เส้นใยสแปนเด็กซ์ (Spandex) ใยสังเคราะห์ อย่างไรก็ตาม แม้ไม่แพ้เนื้อผ้าก็อาจแพ้ส่วนประกอบ เช่น สี โครงเหล็ก แถบยาง

คนอ้วนเหงื่อออกมาก ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคภูมิแพ้ผิวหนัง หรือโรคผิวหนัง จนแพ้ง่าย ควรหลีกเลี่ยงการสวมชุดชั้นในแบบเก็บสัดส่วนที่คับ และไม่ควรสวมใส่นานเกิน 8-10 ชั่วโมง

ผื่นแพ้ชุดชั้นในแบบเก็บสัดส่วน จะเกิดบริเวณที่ชุดชั้นในกดทับเท่านั้น หากมีที่อื่นๆ ด้วย เข่น ต้นขา รักแร้ ต้นแขน ฯลฯ อาจไม่ใช่ผื่นแพ้ แต่เป็นโรคผิวหนังชนิดอื่นๆ เช่น ดรคสะเก็ดเงิน ติดเชื้อรา

ควรเลือกชุดชั้นในแบบเก็บสัดส่วนที่เหมาะสมกับกิจกรรม เช่น หากออกกำลังกาย ควรเลือกชุดที่ซับเหงื่อได้ดี พยุงเต้านม จะช่วยลดการเกิดผื่นแพ้จากความอับชื้นได้

งานวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่า บางทีการไม่สวมชุดชั้นใน อาจช่วยให้มีสุขภาพดีกว่าการสวมชุดชั้นในด้วยซ้ำ