กินรางจืดให้ปลอดภัย ร่างกายสะอาด

ในปัจจุบันการใช้สมุนไพรอย่างแพร่หลาย ซึ่งสมุนไพรชนิดหนึ่งอาจจะมีวิธีกินหรือใช้แก้โรคมากว่าหนึ่งโรค บางขนิดเหมาะที่จะกินเพื่อรักษาโรคมากกว่ากินเพื่อเป็นอาหาร

การเลือกใช้สมุนไพรให้ถูกชนิดและถูกต้องจึงดีและปลอดภัยต่อร่างกาย ในทางกลับกัน หากใช้สมุนไพรผิดวิธีและไม่เหมาะกับโรค นอกจากจะเป็นยาที่ไร้ประโยชน์แล้วยังอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้

รางจืดเป็นสมุนไพรที่มีการใช้ประโยชน์อย่างเฉพาะเจาะจง โดยก่อนหน้านี้มีการนำรางจืดมาผสมในผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มจนช่วงปลายปี พ.ศ. 2558 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้มีจดหมายถึงนายแพทย์สาธารสุขจังหวัดทุกจังหวัด โดยระบุว่า ห้ามกินรางจืดเป็นอาหารหรือผสมลงในผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม เพราะไม่มีประวัติการกินรางจืดเป็นอาหารหรือผสมลงในผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม เพราะไม่มีประวัติการกินรางจืดเป็นอาหาร และจากข้อมูลงานวิจัยพบว่าการกินรางจืดอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดความผิดปกติของระบบเลือด ตับ และไตทำงานผิดปกติ

อีกทั้งอาจทำให้เกิดอันตรายกับยาที่ใช้อยู่เป็นประจำได้ ซึ่งหมายถึงอาจทำให้ยาที่กินอยู่เป็นประจำได้ ซึ่งหมายถึงอาจทำให้ยาที่กินอยู่เป็นประจำออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่ หรือไม่เสริมการออกฤทธิ์จนเกิดอันตรายรุนแรงและได้รับผลข้างเคียงจากยาได้

ในทางการแพทย์แผนไทย รางจืดมีฤทธิ์เป็นยาเย็น กินเพื่อลดไข้ ช่วยระบายความร้อนในร่างกาย ฉะนั้นหากกินติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำให้ร่างกายมีความเย็น ธาตุต่างๆ แปรปรวน ตัวซีดเย็น และมีอากาชาได้

นอกจากนี้เราสามารถกินรางจืดเพื่อถอนพิษเมาเบื่อต่างๆ เช่น พิษเมาเบื่อจากสารพิษ สารเคมี ยาฆ่าแมลง เหล้า เบียร์ ฯลฯ จึงอยากแนะนำให้กลุ่มเกษตรกรที่ใกล้ชิดกับสารเคมีและยาฆ่าแมลงใช้ เพราะรางจืดจะไปกระตุ้นการขับปัสสาวะ จึงทำให้ร่างกายขับสารพิษต่างๆ ออกมาได้มากเป็นพิเศษ

ทั้งยังมีงานวิจัยระบุว่า รางจืดช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดอีกด้วย ดังนั้นผู้ป่วยโรคเบาหวานที่กำลังกินยาแผนปัจจุบันอยู่ หากกินรางจืดร่วมด้วยอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำลงได้

เราได้รู้จักประโยชน์และสรรพคุณของรางจืดกันไปแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่ารางจืดมีหลายชนิด หากกินรางจืดผิดต้นก็ไม่สามารถช่วยขับสารพิษได้ โดยรางจืดแบ่งเป็น 3 ชนิดคือ

  • รางจืดเถา ลักษณะเป็นเถาวัลย์ มีทั้งชนิดดอกสีขาวและอกสีม่วง มีสรรพคุณแก้ไข้ ถอนพิษเมาเบื่อต่างๆ ได้ แนะนำให้เลือกใช้รางจืดเถาดอกสีม่วง เพราะออกฤทธิ์ทางยาดีที่สุด และเป็นรางจืดที่นิยมกินกันมาก และมีสรรพคุณตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นทั้งหมด

แต่อย่างไรก็ตาม รางจืดดอกสีม่วงจะมีลักษณะดอกคล้ายคลึงกับต้นสร้อยอินทนิลมาก แต่มีความแตกต่างที่ใบ คือ ใบรางจืดเป็นใบเดี่ยวรูปขอบขนานหรือรูปไข่ ส่วนใบของสร้อยอินทนิลเป็นใบเดี่ยว มีปลายใบหยักเว้าเป็นแฉก

ดังนั้นควรพิจารณาให้ดีก่อนนำมากินเป็นยา

  • รางจืดต้น จัดเป็นพืชล้มลุก มีลักษณะเป็นพุ่ม ดอกสีเหลือง มีฝักคล้ายถั่ว ใช้ใบและรากแก้พิษงู แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย
  • ว่านรางจืด มีลักษณะเป้นกอคล้ายขมิ้น มีหัวอยู่ใต้ดิน เนื้อหัวสีขาว มีกลิ่นหอม สามารถนำมาประกอบอาหารได้ ส่วนเหง้าแก้พิษเมาเบื่อ

สำหรับการกินรางจืดเถาที่ถูกต้องนั้น นอกจากไม่ควรกินติดต่อกันเป็นเวลานานแล้ว ยังมีวิธีกินดังนี้

ใบสด นำใบสด 4-5 ใบมาโขลกให้ละเอียดผสมกับน้ำหรือน้ำซาวข้าว คั้นเอาแต่น้ำ ดื่มทุกๆ 2 ชั่วโมง เพื่อเป็นการขับพิษ

ใบแห้ง นำใบแห้งประมาณ 10-15 กรัม มาบดหยาบ แล้วชงกับน้ำเดือดดื่มทุกๆ 2 ชั่วโมงเพื่อขับพิษ

แคปซูล กินขนาด 250-500 มิลลิกรัมก่อนอาหาร วันละ 3 ครั้ง เพื่อลดไข้ แก้กระหายน้ำ

สมุนไพรมีความหลากหลาย ดังนั้นก่อนกินควรพิจารณให้ดีและถี่ถ้วนก่อนทุกครั้ง