การดามกระดูกด้วยเหล็ก

ในยุโรปช่วงต้นศตวรรษที่ 19 เริ่มมีการผ่าตัดใช้แผ่นเหล็กแล้วยึดด้วยสกรู (น็อต) แล้ว แต่มาเริ่มใช้จริงๆ ก็ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ช่วงนั้นมีทหารได้รับบาดเจ็บที่แขนขาเป็นจำนวนมาก ทำให้ต้องหาวิธีที่จะรักษาให้ได้ดีที่สุด ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้เหล็กดามกระดูกในร่างกาย ช่วงหลังก็จะมีการใช้แท่งโลหะกลวงใส่เข้าไปในโพรงกระดูกขาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความแข็งแรงมากขึ้น คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดามกระดูกด้วยเหล็กมีดังนี้

เดี๋ยวนี้โลหะที่นำมาใช้ดามกระดูกทำจากเหล็กประเภทอะไร?

ส่วนใหญ่จะยังคงใช้ stainless steel ที่มีคุณภาพดี ปัจจะบันมีการใช้เหล็ก super-alloy และพวกโลหะไททาเนียม (titanium) ซึ่งโลหะเหล็กพวกนี้จะมีความแข็งแรงทนทานได้ดี

โลหะเหล็กที่ใส่เข้าไปจะมาขึ้นสนิมในตัวเราไหม?

เหล็กที่ใส่เข้าไปในร่างกายเราจะไม่ขึ้นสนิม เพราะโดยทั่วไปก่อนจะนำมาใช้จะผ่านกระบวนการ Oxidize เพื่อให้ทำปฏิกิริยากับสารในร่างกาย ทำให้ไม่เกิดสนิมขึ้น ถึงแม้ว่าจะเป็นต้องใส่เป็นระยะเวลานานก็จะไม่ทำปฏิกิริยาเกิดสนิมขึ้นในร่างกาย

เวลาใส่เหล็กเข้าไปแล้ว จำเป็นต้องเอาออกหรือไม่?

โลหะดามกระดูกที่ใส่มักจะใส่อย่างน้อย 2-3 ปี เพื่อรอให้กระดูกติดเชื่อมอย่างสนิทก่อน ในเด็ก วัยรุ่น หรือนักกีฬามักจะผ่าตัดเอาโลหะดามออก เพราะเกรงว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุอีกครั้งแล้ว เหล็กอาจหักทำให้การผ่าตัดยุ่งยากขึ้น อีกทั้งถ้าเกิดเจออากาศเย็นบางครั้งจะเกิดอาการปวดได้ เนื่องจากโลหะจะรับความเย็น เนื้อเยื่อรอบๆ เลยอาจจะปวดได้ แต่ในกรณีผู้สูงอายุถ้าไม่มีผลข้างเคียงก็สามารถคาโลหะตามไว้ตลอดได้ หรือโลหะเหล็กบางชนิดที่ใช้ในการแก้ไขความผิดปกติที่กระดูกสันหลังหรือที่ข้อเข่า ข้อสะโพก ก็ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเอาออก

เคยได้ยินว่ามีเหล็กที่ใส่ไปหักได้ จริงหรือ?

เป็นไปได้ครับเพราะโลหะที่ออกแบบมาเพื่อดามกระดูกในช่วงต้น รอให้ร่างกายสร้างกระดูกจริงมาเชื่อมอาจจะไม่สามารถรับน้ำหนักได้ทั้งหมด ดังนั้นถ้าเกิดเราไปใช้งานหรือลงน้ำหนักที่มากเกิน หรือเกิดการล้มซ้ำก็อาจจะทำให้โลหะดามหักได้ ดังนั้นโดยส่วนใหญ่คนไข้ที่หลังผ่าตัดใส่เหล็กดามกระดูกช่วงแรกๆ หมอกระดูกส่วนใหญ่จะแนะนำให้ลงน้ำหนักเพียงแค่ 1 ใน 10 ของน้ำหนักตัว

ทำไมผ่าตัดดามเหล็กไปแล้วบางครั้งยังต้องมาผ่าตัดซ้ำ เพราะอะไร?

จุดมุ่งหมายที่ใส่โลหะดามเพื่อช่วยยึดกระดูกรอให้ร่างการสร้างกระดูกใหม่มาเชื่อม บางครั้งกระดูกที่สร้างมาใหม่มีไม่มากพอ หรือบางกรณีน็อตที่ใส่ไปหลวมหรือถอนออกมา โดยเฉพาะผู้ป่วยกระดูกพรุน คล้ายๆ เราตอกตะปูไปในไม้ที่ผุ ก็จะถอนได้ง่าย หมอก็จำเป็นต้องผ่าตัดเข้าไปทำให้น็อตแน่นขึ้น หรือบางครั้งใส่โลหะตามไปแล้วแต่เมื่อให้ผู้ป่วยใช้งานแล้วเกิดการเคลื่อนไหวของกระดูกผิดไปจากแนวเดิมทำให้ต้องทำการผ่าตัดใหม่เพื่อปรับแนวกระดูก

เวลาเดินผ่านเครื่องตรวจโลหะ เช่น ตามสนามบินจะมีเสียงสัญญาณเตือนร้องไหม?

มีสัญญาณเตือนดังขึ้นแน่นอน เพราะไททาเนียม หรือสแตนเลท สติล ก็เป็นโลหะชนิดหนึ่งเพียงแต่เราสามารถอธิบายให้เจ้าหน้าที่ฟังได้ ว่าเราได้รับการผ่าตัดยึดกระดูกด้วยโลหะ และโดยทั่วไปแล้วหลังจากได้รับการผ่าตัด แพทย์จะมีสมุดบันทึก ซึ่งภายในจะมีข้อมูลชนิดโลหะที่ใส่ไว้อยู่ สามารถนำมาแสดงกับเจ้าหน้าที่ได้ถ้ามีข้อส่งสัยเกิดขึ้น