อันตรายจากฟิลเลอร์ ไม่ได้ฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ปัญหาของฟิลเลอร์เอฟเฟ็กซ์ ยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังของสังคมไทยและผู้ที่นิยมการฉีดฟิลเลอร์เพื่อความงาม โดยเฉพาะเรื่องการนำสารเติมเต็มหรือฟิลเลอร์มาใช้เป็นองค์ประกอบในการให้บริการเพื่อเสริมจมูกแล้วเกิดตาบอดทันที่ยังมีให้เห็นอยู่เสมอ บ่อยครั้งที่อันตรายของการฉีดฟิลเลอร์ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้บริการตามคลินิกสถานเสริมความงามต่างๆ ที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น ตามคลินิกเถื่อน หมอกระเป๋า หรือเว็บไซต์แนะนำซื้อขายเพื่อนำไปฉีดเอง เป็นต้น จนเสี่ยงถึงขั้นตาบอด จมูกเน่า รูปใบหน้าที่เปลี่ยนผิดรูปในแบบต่างๆ กันไป

การใช้สารเติมเต็มหรือฟิลเลอร์สำหรับการเสริมความงามหรือรักษาผิวพรรณนั้นใช้หลักการคือ โดยธรรมชาติแล้วผิวหนังจะมีส่วนประกอบหลักที่สำคัญคือ ใยคอลลาเจน และ สารไฮยาลูโรนิค ที่มีความสามารถในการอุ้มน้ำมากว่าตัวเองหลายร้อยเท่า หน้าที่สำคัญคือเป็นองค์ประกอบที่ให้ความแข็งแรงและความยืดหยุ่นแก่ผิวหนัง ทำให้ผิวพรรณมีรูปทรงเต่งตึง แต่เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นจะพบว่าใยคอลลาเจนและสารอุ้มน้ำจะค่อยๆ มีปริมาณลดน้อยลง ส่งผลให้ผิวหนังเกิดความเปลี่ยนแปลงโดยจะมีลักษณะบางลง เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น เพื่อแก้ไขภาวะดังกล่าวจึงมีความพยายามหาทางแก้ไข โดยการฉีดสารจากภายนอกเข้าไปในผิวหนังเพื่อทดแทน หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า ฟิลเลอร์ นั่นเอง

ในทางการรักษา แพทย์เราสามารถใช้ฟิลเลอร์ในการรักษาปัญหาผิวพรรณได้ โดยใช้ในการแก้ปัญหาริ้วรอยของผิวอันเนื่องมาจากวัย เช่น ริ้วรอยบริเวณหน้าผาก หางตา และร่องแก้ม ซึ่งสามารถแก้ไขได้โดยการฉีดฟิลเลอร์ ช่วยเติมเต็มใยคอลลาเจนที่หายไป ทำให้ริ้วรอยบริเวณดังกล่าวตื้นขึ้น สภาพผิวดูดีขึ้น การแก้ไขปัญหาแผลเป็นชนิดผิวบุ๋ม เช่น การเกิดผลบุ๋มจากสิวอักเสบ เป็นต้น กรณีดังกล่างนี้สามารถใช้ฟิลเลอร์เดติมเต็มทำให้แผลบุ๋มดีขึ้น อย่างไรก็ตามต้องเลือกชนิดแผลผิวบุ๋มที่เหมาะสมต่อการรักษา โดยแผลนั้นต้องไม่มีพังผืดในบริเวณใต้แผลบุ๋ม มิฉะนั้นผลการรักษาจะไม่ดีเท่าที่ควร นอกจากนี้ยังสามารถใช้ฟิลเลอร์ฉีดเพื่อเสริมเนื้อเยื่อผิวหนังให้มีลักษณะนูนเต็มขึ้นกว่าเดิม เช่น เสริมจมูก เสริมคาง ริมฝีปาก หรือฉีดเพื่อทำให้รูปทรงของหน้าดูอวบอิ่มกว่าเดิม

ในปัจจุบันประชาชนนิยมที่จะฉีดฟิลเลอร์เพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น นักศึกษาวัยเรียน ผู้หญิงวัยทำงาน หรือในกลุ่มสาวประเภทสองก็มีจำนวนมากเช่นกัน โดยสารที่ใช้กันอยู่เป็นประจำเรียกว่า สารไฮยาลูโรนิคแอซิด ซึ่งมีอยู่หลายชนิด แบ่งออกเป็นปลายแบบได้แก่

  • แบบชั่วคราว (Temporary Filler) มีอายุใช้งานประมาณ 4-6 เดือน แต่มีความปลอดภัยสูง สลายตัวได้เองตามธรรมชาติ
  • แบบกึ่งถาวร (Semi Permanent Filler) มีอายุใช้งานประมาณ 2 ปี มีความปลอดภัยปานกลาง
  • แบบถาวร (Permanent Filler ๗ ซิลิโคนหรือพาราฟิน หลังฉีดแล้วจะอยู่ในผิวตลอดไป ไม่สลายตามธรรมชาติ มักพบผลข้างเคียงระยะยาว

ทั้งนี้ ไฮยาลูโรนิคแอซิด โดยปกติจะมีอยู่ในผิวหนังของคนเราอยู่แล้ว แต่สิ่งที่นำมาฉีดเป็นการสังเคราะห์ขึ้นมา เมื่อฉีดเข้าไปแล้วก็หวังว่าจะไปเติมเต็มร่องรอยต่างๆ ซึ่งแต่เดิมคิดว่าสารตัวนี้ปลอดภัย เพราะสามารถละลายหรือสลายไปได้เอง แต่ปัญหาก็คือความเสี่ยง เมื่อฉีดเข้าไปแล้วผลข้างเคียงที่เจอบ่อยๆ คือ อาการแดงหลังจากการฉีดแล้วก็มีอาการบวมช้ำ เนื่องจากเวลาฉีดจะใช้เข็มจิ้มลงไปบริเวณผิวหนัง ก็อาจจะไปโดนบริเวณเส้นเลือดแดงบ้าง ทำให้เกิดการช้ำบริเวณนั้น ได้ แต่ผลข้างเคียงในลักษณะนี้จะไม่น่ากลัว เนื่องจากจะหายไปเองได้ภายในเวลา 2 สัปดาห์ แต่มีผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยและเป็นปัญหาคือ การฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อนๆ ซึ่งอาจจะเกิดจากการฉีดฟิลเลอร์ผิดชนิด หรือเลือกเอาฟิลเลอร์ที่ไม่เหมาะสมมาฉีดในต่ำแหน่งที่ไม่เหมาะสม หรือบางทีเกิดการอักเสบติดเชื้อตามมาตรงบริเวณที่ฉีด ซึ่งบางทีเชื้อซ่อนอยู่ในฟิลเลอร์ ทำให้ร่างกายกำจัดได้ยาก กลายเป็นแผลที่มีหนองอยู่ข้างในตลอดเวลา สำหรับผลข้างเคียงที่ทำให้ตาบอดหรือแขนขาอ่อนแรง เกิดจากการที่ฉีดสารเข้าไปในเส้นเลือดที่ต่อเนื่องไปเลี้ยงลูกตา หรือแม้แต่เส้นเลือดสมอง ทำให้เกิดอาการเส้นเลือดอุดตันจนตาบอดถาวรได้ เนื่องจากดวงตาสามารถทนภาวะขาดเลือดได้แค่ 90 นาที เท่านั้น ต่างจากผิวหนังที่ทนได้ 6 ชั่วโมง ลักษณะดังกล่าวเกิดจากกระบวนการฉีดที่มีการรั่วไหลของฟิลเลอร์เข้าไปอุดตันหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงประสาทตาทำให้มีโอกาสที่จะตาบอดถาวรได้

ถึงแม้ว่า ฟิลเลอร์ จะเป็นสารที่มีความมหัศจรรย์ก็จริง แต่ก็จะต้องอยู่ภายใต้ความดูแลของแพทย์ที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์จริงๆ อย่าเอาชีวิตไปเสี่ยงกับหมอเถื่อน หมอกระเป๋า หรือแม้แต่ซื้อสารเหล่านี้มาฉีดเองจากในอินเตอร์เน็ตหรือโซเชียลมีเดีย เพราะเห็นว่ามีราคาถูก

ข้อควรระวังในการฉีดฟิลเลอร์

ตัวผู้ทำการฉีดต้องมีความรู้ ความชำนาญสูง และต้องเป็นแพทย์เท่านั้น ถึงแม้ผู้ที่ได้รับการฝึกอบรมและมีประสบการณ์สูงสุดก็อาจเกิดผลข้างเคียงได้

สารที่ใช้แม้ว่าเป็นสารที่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา หรือ อย. แล้ว ก็สามารถเกิดผลข้างเคียงได้ แม้แต่การดูดไขมันของตัวเองมาฉีดก็เกิดอันตรายได้เช่นกัน

ตัวผู้รับการฉีด แต่ละคนมีกายวิภาคที่ต่างกัน ตำแหน่งของเส้นเลือดเส้นประสาทอาจมีความแตกต่างจากคนอื่นได้ โดยเฉพาะผู้ที่เคยได้รับการผ่าตัด การฉีด การร้อยไหม จะมีพังผืดทำให้เกิดอันตรายง่ายขึ้นอีก