เคล็ดลับทำให้ลูกน้อยนอนหลับสบาย

เรื่องการนอนของทารกนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อพัฒนาการทั้งทางร่างกาย สมอง และการเจริญเติบโตอย่างสมวัย ทารกมีช่วงของการหลับแบ่งเป็น 2 ช่วงคือ ช่วงนอนหลับธรรมดา และช่วงหลับฝัน การนอนหลับอย่างเต็มที่ของทารกคือการนอนที่นานกว่า 45 นาที ถ้าลูกนอนได้เป็นระยะเวลาสั้นๆ ไม่ถึง 45 นาทีในแต่ละรอบการนอนก็นับเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ลูกหงุดหงิด และร้องไห้งอแงได้ และถ้าในช่วงเวลากลางคืนลูกได้นอนหลับยาวอย่างน้อยรอบละ 4 ชั่วโมงจะทำให้ Growh Hormone ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกายทำงานได้อย่างเต็มที่ซึ่ง Growth Hormone จะหลั่งในช่วงหลับธรรมดา การหลับในช่วงสำคัญอีกช่วงคือหลับฝัน ช่วงนี้สำคัญเพราะทำให้สมองเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่ ด้วยเหตุนี้การนอนหลับได้อย่างเหมาะสมตามวัยจึงส่งผลต่อการพัฒนาการด้านการเรียนรู้ของเด็กเป็นอย่างยิ่ง ทั้งช่วยในเรื่องของพัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์และการเจริญเติบโตของสมอง เมื่อการนอนสำคัญกับเด็กมากขนาดนี้เราควรมาดูวิธีการที่จะทำให้ลูกน้อยหลับสบายกันดีกว่า

อาบน้ำอุ่นก่อนนอน น้ำอุ่นคือน้ำที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยที่ 27-34 องศาเซลเซียส หรือไม่ควรเกินอุณหภูมิของร่างกาย 2 องศา น้ำที่อุณหภูมินี้จะทำให้ร่างกายสะอาด ผ่อนคลาย และหลับสบาย ควรอาบน้ำให้ลูกก่อนเวลานอนของลูกประมาณ 1 ชั่วโมง

ห่อตัวให้ลูกนอนเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อลูกต้องออกมาเจอกับโลกใบใหญ่ที่มีพื้นที่รอบตัวมากเกินไป อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ลูกคุ้นเคย การห่อตัวจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้ลูกรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยเสมือนยังอยู่ในท้องของแม่ และการห่อตัวนอนในตอนกลางคืนยังเป็นเสมือนสัญญาณที่ทำให้ลูกรู้ว่า หมดเวลาของกลางวันแล้ว ควรจะนอนหลับให้ยาวขึ้นแล้วนะ การห่อตัวจึงเป็นการฝึกวินัยการนอนให้กับลูกน้อยได้อีกทางหนึ่งด้วย

ให้ลูกกินให้อิ่มก่อนนอน หลังจากอาบน้ำเสร็จห่อตัวเรียบร้อยสิ่งที่คุณแม่ควรทำก็คือการให้ลูกได้กินนมจนอิ่ม เพราะถ้ากินไม่อิ่มเด็กจะตื่นเพราะความหิว ถ้าตอนกลางคืนต้องตื่นบ่อยๆ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีนักต่อสุขภาพของลูกน้อย แต่คุณแม่มือใหม่ก็มักจะกังวลว่าจะสังเกตอย่างไรถึงจะรู้ว่าลูกอิ่มพอดี หรือกินมากเกินไป ลองสังเกตได้จากภาษากายของลูก ร้องงอแงไม่ยอมหลับ นอนบิดตัวไปมาอย่างไม่สบายตัว มีอาเจียนหรือแหวะหลังกินนม มีเสียงครืดคราดในลำคอคล้ายมีเสมหะ อาการเหล่านี้เป็นข้อสังเกตง่ายๆ ว่าลูกกินมากเกินพอดีหรือไม่ ถ้าลูกมีอาการเหล่าน้าก็ลดปริมาณการให้นมลงให้พอดี เท่านี้ลูกก็จะหลับสบาย

บรรยากาศการนอน สิ่งสำคัญอีกเรื่องที่มองข้ามไปไม่ได้เลยคือบรรยากาศของความผ่อนคลายในช่วงเวลานอน แม่ควรจัดพื้นที่ให้ลูกได้นอนในที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก สะอาด และไม่มีแมลงเช่นยุงหรือมดรบกวน มีอุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 24-26 องศาเซลเซียส และที่สำคัญคือความเงียบสงบโดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนแรก เพราะเด็กในช่วงนี้มีความไวต่อเสียงและแรงสั่นสะเทือนมาก

เลือกนอนท่าไหนดี ถ้าเราให้ลูกนอนคว่ำข้อดีคือ รูปศีรษะจะสวย ทำให้อาหารเคลื่อนลงจากกระเพาะสู่ลำไส้เล็กเร็วขึ้น เมื่อท้องถูกทับเด็กจะเรอเอาลมออกมาจากท้องเองได้ง่ายขึ้น และหลับได้นานขึ้นเพราะรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยเพราะหน้าอกซุกอยู่กับที่นอน แต่ข้อที่ควรระวังคือ ไม่ควรให้เด็กหนุนหมอนในขณะนอนคว่ำ หรือถ้าจำเป็นต้องหนุนก็ไม่ควรใช้หมอนที่นุ่มเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะหายใจไม่ออกในขณะนอนหลับ ถ้าให้ลูกนอนตะแคงสิ่งที่ต้องระวังคือเด็กเล็กจะยังไม่สามารถพลิกตัวได้เอง จึงต้องคอยดูแลเรื่องของการพลิกตัวให้ลูกเพื่อไม่ให้เกิดการกดทับร่างกายด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไป ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก และรูปศีรษะอาจจะเบี้ยวได้ การนอนหงายมีเรื่องที่ควรระวังคือ จะเกิดอาการสำลักนมได้ง่ายในขณะที่นอนอาจจะเกิดภาวะสำลักนมเข้าหลอดลมได้ การเลือกท่านอนที่เหมาะสมจึงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพ่อแม่เอง และความชอบของเด็กด้วย ถ้าลูกน้อยนอนท่าไหนแล้วหลับได้นานนั่นก็เป็นความเหมาะสมของเด็กแต่ละคน นี่เป็นสิ่งที่พ่อแม่ควรสังเกต

สัมผัสรักจากอกของแม่ สำหรับช่วงเวลานอนของลูกจะเรียกว่าเป็นช่วงเวลาสุขสันต์ หรือ เป็นสวรรค์ของทั้งแม่และลูกก็ได้ เพราะเป็นช่วงเวลาของความผ่อนคลายและการพักผ่อน ช่วงนี้ถือเป็นโอกาสทองที่ลูกจะได้สัมผัสรักจากแม่ ทั้งการกอด ลูบสัมผัสด้วยความรัก และน้ำเสียงที่อ่อนโยนของแม่ก็จะทำให้ลูกมั่นใจต่อการเติบโตบนโลกใบนี้ เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะสร้างความมั่นคงทางอารมณ์ให้กับลูกได้ตั้งแต่วัยแบเบาะเลยละ

ฝึกให้การนอนเป็นเวลา พ่อแม่เป็นผู้สร้างวินัยในชีวิตให้กับลูก ลองกำหนดเวลาที่เหมาะสมที่เราสามารถทำได้จริงเป็นประจำทุกวัน เช่น ถ้าเราสามารถเข้านอนพร้อมกับลูกได้ที่เวลา 20.00 น. พอใกล้เวลาคุณแม่ก็ทำทุกกระบวนการตั้งแต่ต้น นำพาลูกเข้าสู่บรรยากาศของการนอนที่เป็นสุข ที่สำคัญคือ การสร้างวินัยคือการใช้เทคนิคที่ทำให้เกิดแรงจูงใจและความสุขในการทำ พร้อมกับทำให้สม่ำเสมอให้เป็นกิจวัตรและเป็นวิถีชีวิต เท่านี้วินัยเรื่องการนอนของลูกก็จะเป็นเรื่องง่าย