พัฒนาสมองเพื่อการเรียนรู้ของลูกน้อย

สมองถูกออกแบบมาเพื่อการเรียนรู้

สมองเราถูกออกแบบมาเพื่อการเรียนรู้เพื่อการอยู่รอ และความต้องการที่จะรอดของสมองนี่เองที่ทำให้เกิดเป็นกระบวนการทำงานของสมอง และกระบวนการทำงานนี้ที่ทำให้มนุษย์จำเป็นต้องเรียนรู้สิ่งต่างๆ เด็กเล็กๆ เรียนรู้ที่จะกินอาหาร ยิ้ม หัวเราะ คลาน นั่ง เดิน พูด เป็นต้น ตลอดเวลาที่เด็กฝึกที่จะทำอย่างนั้น สมองก็จะรับรู้และเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเพื่อที่จะดำรงชีวิตให้อยู่รอดนั่นเอง

สมองพัฒนาผ่านการเรียนรู้

สมองจะพัฒนาศักยภาพในการคิดที่ซับซ้อนมากขึ้นโดยผ่านการจำ เทียบเคียงสิ่งใหม่ที่ไม่เคยรู้จักกับสิ่งที่เคยรู้จักถ้าเหมือนกันก็คือการจำได้ แต่ถ้าไม่เหมือนกันก็จะจดจำเพิ่มเป็นองค์ความรู้ใหม่ เหล่านี้เราเรียกว่า กระบวนการเรียนรู้ ที่มีสภาพแวดล้อมภายนอกเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ

สมองประกอบด้วยเซลล์

สมองมนุษย์ประกอบด้วยจำนวนเซลล์มหาศาลประมาณแสนล้านเซลล์ และเชื่อมโยงกันแบบเครือข่ายที่ซับซ้อน ปรับตัวและยืดหยุ่นตลอดเวลา และมีการเชื่อมต่อกันเป็นแบบวงจร ลักษณะการเชื่อมต่อกันแบบวงจรนี้ที่ทำให้สมองเกิดการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา และด้วยเหตุนี้มนุษย์จึงมีศักยภาพการเรียนรู้เป็นอย่างยิ่ง จากงานวิจัยจำนวนมากพบว่าเด็กๆ ในวัยอนุบาลสามารถเรียนรู้ภาษาได้พร้อมกันถึง 7 ภาษา และศักยภาพที่แท้จริงที่น่าสนใจมากกว่านั้นก็คือ เด็กมีศักยภาพที่จะพูดได้ถึง 5,000 ภาษา ซึ่งเป็นภาษาที่มีอยู่ในโลกนี้ เพราะภาษาทั้งหมดด้วยเสียงเพียง 50 เสียงที่นำมาผสมกันเป็นคำต่างๆ แต่ถ้ามนุษย์ไม่ได้ศักยภาพในส่วนนี้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ความสามารถนี้จะค่อยๆ หมดไปในที่สุด

สมองเรามี 2 ซีก

สมองซีกซ้ายทำงานเกี่ยวกับการเรียนรู้ เกี่ยวกับเรื่องภาษา การพูด การอ่าน และเขียน สมองซีกขวา ทำงานเกี่ยวกับการเรียนรู้ในเรื่องแผนที่ คณิตศาสตร์ เรขาคณิต วิเคราะห์กายภาพและสภาพแวดล้อมรอบตัว รวมไปถึงเรื่องทัศนะทางศิลปะด้วย สมองทั้งสองซีกทำงานเชื่อมประสานร่วมกันแบบองค์รวม เพื่อทำให้ภาพของโลกภายนอกที่เห็นชัดเจนและเหมาะสมขึ้นจากมุมมองของสมองสองซีก

สมองจะพัฒนาได้เต็มตามศักยภาพเมื่อเป็นสองการเรียนรู้

สมองเราไม่สามารถเรียนรู้ได้เองแต่สมองเรียนรู้ผ่านช่องทางต่างๆ ที่ธรรมชาติได้รังสรรค์มาอย่างชาญฉลาดเพื่อให้สมองเกิดกระบวนการเรียนรู้ผ่านช่องทางที่เป็น ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ ทำงานส่งผ่านข้อมูลไปยังสมอง บันทึกและเก็บข้อมูลไว้ตามส่วนต่างๆ ของเซลล์สมอง เพื่อนำไปสู่การเข้าใจความหมายของโลก สร้างการเชื่อมต่อกันเป็นวงจรจนทำให้เกิดกระบวนการที่เรียกว่า การเรียนรู้ ถึงแม้ในการวิจัยจะพบว่าสมองมีศักยภาพเท่ากันก็จริง หากแต่การที่จะทำให้มนุษเข้าถึงความสามารถที่มีอยู่นั้นไม่เท่ากัน เพราะสมองที่จะทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพนั้นต้องได้รับการพัฒนาให้เป็นสมองที่เรียนรู้เสียก่อนจึงจะทำให้มนุษย์เข้าถึงการใช้ความสามารถของสมองได้อย่างเต็มศักยภาพ นั่นหมายถึงปัญหาไม่ได้อยู่ที่ศักยภาพของสมอง แต่อยู่ที่กระบวนการสร้างเสริมศักยภาพของสมองต่างหาก ดังนั้นการทำให้สมองกลายเป็นสมองเรียนรู้จึงขึ้นอยู่กับกระบวนการในการพัฒนาสมองเป็นสำคัญ เพราะถ้ากระบวนการไม่ถูกต้องแทนที่จะเกิดเป็นสมองเรียนรู้ ก็อาจกลับเป็นสมองด้อยการเรียนรู้ก็เป็นได้

การเรียนรู้ที่สมองชอบ

การเรียนรู้ที่สมองชอบต้องเป็นการเรียนรู้ที่ท้าทายและมีการตอบสนองทันที และการตอบสนองนั้นต้องเป็นการตอบสนองที่ชัดเจน มีกระบวนการที่ท้าทายที่ทำให้รู้สึกถึงความสำเร็จที่เป็นขั้นๆ ที่ทำให้เขาพอใจที่สามารถทำแต่ละขั้นได้ด้วยตัวเอง นั่นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญว่าทำไมเมื่อเราจัดกระบวนการเรียนรู้สำหรับเด็ก จึงควรมีผู้ใหญ่เป็นผู้กระตุ้นจัดกระบวนการที่ท้าทายและคอยตอบสนองต่อการเรียนรู้นั้น เด็กที่อยู่โดยไม่มีผู้ใหญ่อยู่ด้วยในกระบวนการเรียนรู้จึงมักจะเบื่อหน่ายการเรียนรู้ และพยายามหันไปหาการตอบสนองอื่นๆ ที่ทันใจกว่า นั่นก็คือโทรทัศน์และเกมคอมพิวเตอร์นั่นเอง

อารมณ์มีอิทธิพลต่อกระบวนการเรียนรู้

อารมณ์มีผลต่อการทำให้การรับรู้บิดผันไปตามอารมณ์ มีผลต่อความสนใจและความตั้งใจ อารมณ์มีอิทธิพลต่อการคิด และความจำ การทำงานของอารมณ์เป็นการส่งออกของสัญชาตญาณจากวงจรเซลล์สมองในอะมิกดาลาที่มีพฤติกรรมการเรียนรู้เช่นเดียวกับเซลล์สมองในส่วนอื่นๆ คือ ปรับตัวและเปลี่ยนได้ จึงไม่เป็นที่น่าสงสัยว่าทำไมคนเราจึงมีความรู้และอารมณ์ต่อสิ่งต่างๆ รอบตัวไม่คงที่ และเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาวะของอารมณ์ของเรา