สิทธิในการลาคลอด มีอะไรบ้าง

คุณแม่ควรมีการเตรียมความพร้อมในการมีลูกซึ่งมีความสำคัญมาก เราจึงควรรู้ถึงสิทธิที่พึงจะได้รับตามกฎหมายเมื่อตั้งครรภ์และหลังคลอดลูกแล้ว  ซึ่งการตั้งครรภ์และมีลูกของแต่ละครอบครัวแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ที่จะมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือตามกฎหมายแตกต่างกันไปดังนี้

  • กลุ่มที่ 1 สามีหรือภรรยาประกอบอาชีพรับราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ
  • กลุ่มที่ 2 สามีหรือภรรยาประกอบอาชีพรับจ้างเป็นพนักงานในบริษัทเอกชน
  • กลุ่มที่ 3 สามีหรือภรรยาประกอบอาชีพอิสระ

สิทธิในการรับเงินเดือนและสวัสดิการ ในระหว่างที่คุณแม่ลาลอด 3 เดือน

ในกรณีที่คุณแม่รับราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ

คุณแม่มีสิทธิได้รับเงินเดือนจากต้นสังกัด 3 เดือน และสามารถลาแบบต่อเนื่องได้อีก แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน 4 เดือน และส่วนที่ขอใช้สิทธิลาคลอดเกินกว่า 3 เดือน จะไม่ได้รับเงินเดือนในส่วนที่ขอลาเกิน

ในส่วนของคุณพ่อที่รับราชการมีสิทธิลาเพื่อขอดูแลภรรยาได้ด้วย โดยขอลาได้ 3 เดือน แต่ทั้งนี้จะต้องเป็นภรรยาที่จดทะเบียนสมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย และจะขอลาเพื่อดูแลเพื่อดูแลบุตรแทนภรรยาไม่ได้ เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้ข้าราชการขอลาเพื่อดูแลภรรยาในระหว่างคลอดเท่านั้น

กรณีคุณแม่เป็นพนักงานบริษัทเอกชน

คุณแม่มีสิทธิลาคลอดได้ 3 เดือน และคุณแม่มีสิทธิได้รับเงินเดือนจากนายจ้างร้อยละ 50 เป็นเวลา 45 วัน และมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรแบบเหมาจ่ายจากสำนักงานประกันสังคมในอัตราร้อยละ 50 ของค่างจ้างโดยเฉลี่ยเป็นเวลา 3 เดือน โดยคำนวณจากฐานเงินเดือนของคุณแม่สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท เช่น คุณแม่ได้รับเงินเดือน เดือนละ 10,000 บาท การคำนวณจะนำเงิน 10,000 คุณ 3 คูณ 0.5 = 15,000 โดยสิทธิในการรับเงินสงเคราะห์จากการหยุดงานนั้นคุณแม่มีสิทธิเบิกได้ไม่เกิน 2 ครั้ง

สิทธิในการรับเงินค่าคลอดบุตร

หากคุณพ่อคุณแม่รับราชการและคลอดบุตรในโรงพยาบาลของรัฐ สามารถเบิกเงินค่าคลอดบุตรได้เต็มจำนวน และหากคลอดบุตรในโรงพยาบาลเอกชนจะเบิกค่าคลอดบุตรได้ร้อยละ 30

ส่วนคุณพ่อคุณแม่ที่เป็นผู้ประกันตนสามารถเบิกค่าคลอดบุตรได้จากสำนักงานประกันสังคมในอัตราเหมาจ่าย 13,000 บาทต่อการคลอดบุตรหนึ่งครั้ง โดยเบิกค่าคลอดบุตรกี่คนก็ได้ ในกรณีที่คุณพ่อและคุณแม่เป็นผู้ประกันตนทั้งคู่สามารถใช้สิทธิ์เบิกค่าคลอดบุตรได้เพียงคนเดียว

สิทธิในการรับเงินค่าสงเคราะห์บุตร

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่เป็นข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจสามารถเบิกเงินช่วยเหลือการคลอดบุตรได้ครั้งละ 400 บาท ไม่รวมค่ารักษาพยาบาล และมีสิทธิได้รับสวัสดิการสำหรับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย เดือนละ 50 บาท ต่อบุตร 1 คน แต่รวมแล้วไม่เกิน 3 คน จจนกว่าบุตรจะมีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์

สำรับคุณพ่อคุณแม่ที่เป็นผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์บุตรเหมาจ่ายเดือนละ 400 บาท ต่อบุตร 1 คน โดยสำนักงานประกันสังคมจะจ่ายเงินสงเคราะห์บุตรตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปีบริบูรณ์ ทั้งนี้สิทธิในการรับเงินสงเคราะห์จำกัดจำนวนคราวละไม่เกิน 3 คน

ในส่วนของคุณแม่ที่ประกอบอาชีพอิสระสามารถใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือบัตรทอง โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคได้ โดยสามารถเข้ารับการบริการได้แบบเหมาจ่าย 30 บาท สำหรับการคลอดบุตรไม่เกิน 2 ครั้ง พร้อมค่ารักษา ค่าห้อง ค่ายา และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในการคลอดบุตร