โรคปอดบวม โรคในเด็กที่ควรระวัง

โรคปอดบวมเป็นโรคที่สำคัญมากในกลุ่มอาการไข้หวัดและปอดบวม เป็นโรคติดเชื้อเฉียบพลันของระบบหายใจชนิดรุนแรง ทำให้เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เสียชีวิตได้มาก โดยเฉพาะถ้าเป็นเด็กที่เกิดมามีน้ำหนักตัวน้อยเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี เด็กขาดอาหารหรือเด็กที่มีความพิการแต่กำเนิด มักจะมีอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้หากไม่ได้รักษาแบบทันท่วงทีอาจทำให้มีภาวะแทรกซ้อนหรือเกิดความพิการตามมาได้

สาเหตุของโรคปอดบวม

ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสและแบคทีเรียซึ่งมักจะเริ่มโดยเป็นหวัดก่อน 2-3 วัน และจะมีอาการมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเชื้อเข้าทางระบบหายใจเช่นเดียวกับโรคหวัด การหายใจเอาเชื้อโรคที่มีอยู่ในอากาศเข้าไปโดยตรง การไอจามรดกัน การคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วย ถ้าเป็นเชื้อที่เกิดจากนิวโมคอคคัสอาจมีโอกาสกลายเป็นโรคติดเชื้อที่รุนแรงได้

โรคปอดบวมหรือปอดอักเสบ

อาการของโรค

ผู้ป่วยมักจะเริ่มมีอาการเป็นไข้หวัดก่อนสัก 2-3 วัน ต่อมามีอาการไข้สูง

ไอมาก

หายใจลำบาง ลักษณะการหายใจลำบากดังนี้

หายใจเร็ว พบในระยะเริ่มแรก อาการหายใจเร็วใช้เกณฑ์ดังนี้

  • ในเด็กอายุต่ำกว่า 2 เดือน เร็วกว่า 60 ครั้ง/นาที
  • ในเด็กอายุ 2 เดือน -1 ปี เร็วกว่า 50 ครั้ง/นาที
  • ในเด็กอายุ 1-5 ปี เร็วกว่า 40 ครั้ง/นาที

หายใจชายโครงบุ๋ม เป็นอาการที่รุนแรงขึ้น เด็กจะหายใจแรงจนบริเวณชายโครงบุ๋มขณะหายใจเข้า

หายใจมีเสียงดัง การฟังเสียงหายใจต้องฟังในขณะที่เด็กสงบ ไม่ร้องหรือดิ้น โดยแนบหูใกล้ปากของเด็ก ขณะหายใจเข้าได้ยินเสียง ฮืด หรือขณะหายใจออกได้ยินเสียง หวิ๊ด ควรรีบพาไปโรงพยาบาลทันที

การรักษา

ในเด็กที่ป่วยเป็นปอดบวมในระยะแรก หรือไม่รุนแรงมีอาการใข้สูง ไอ หายใจเร็ว ควรพาไปรับการรักษาจากแพทย์ อาจให้ยาปฏิชีวนะและให้มาดูแลที่บ้านเช่นเดียวกับโรคหวัด

การดูแลทั่วไป ให้กินอาหารตามปกติ ดื่มน้ำมากๆ พักผ่อนกินยาตามแพทย์สั่ง

ระวังอาการถ้าไม่ดีขึ้นให้รีบนำไปตรวจหรือไปตรวจตามแพทย์นัด

การป้องกันโรค

การป้องกันโรคกลุ่มอาการไข้หวัดละปอดบวมจะเหมือนกัน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เด็กเล็กๆ จะต้องหลีกเลี่ยงการติดเชื้อจากผู้ใหญ่ที่เป็นโรคไอโดยไม่ให้อยู่ใกล้ชิดหรือคลุกคลีกับผู้ป่วย นอกจากนี้สิ่งแวดล้อมที่ทำให้เป็นหวัดและปอดบวมได้ง่าย คือ การอยู่ในบ้านที่มีคนสูบบุหรี่ บ้านที่ใช้ฟืนหุงต้มอาหารและมีควันในบ้าน เด็กทุกคนควรเกิดมาแข็งแรง โดยมารดาต้องมีการวางแผนครอบครัวทีดี มีลูกเมื่อพร้อม ควรเลี้ยงด้วยนมแม่อย่างน้อย 4-6 เดือน นอกจากนี้เด็กทุกคนต้องได้รับการฉีดวัคซีนคุ้มกันโรคติดต่อตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุขด้วย และควรได้รับวัคซีนเพิ่มเติมโดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง