โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด เกิดจากการเจริญเติบโตที่ผิดปกติตั้งแต่เป็นตัวอ่อนในครรภ์ ซึ่งอาจทำให้ทารกแสดงอาการตั้งแต่แรกเกิด หรือมีอาการในระยะต่อมาได้ ซึ่งพบโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด 8 รายต่อทารกแรกเกิดมีชีวิต 1,000 ราย โดยทั่วๆ ไปถ้าแบ่งตามอาการแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือโรคหัวใจชนิดเขียว และโรคหัวใจชนิดไม่เขียว

Tetralogy of Fallor (TOF) จัดเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดเขียว ซึ่ง Tetra คือ 4 หัวใจมีความผิดปกติ 4 อย่าง คือ 1.Pulmonic stenosis(A) 2.Overriding aorta(B) 3.Ventricular septal defect (C) 4.Right ventricular hypertrophy (D)

ทารกอาจไม่มีอาการตอนแรกเกิดทันที และมีอาการเขียวมากขึ้นเรื่อยๆ โดยความรุนแรงของอาการเขียว และอายุที่เริ่มเขียวจะเร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับว่ามีเลือดไปปอดได้มากน้อยเพียงใด ถ้าเลือดไปปอดได้น้อยเด็กก็จะเขียวมากและทำให้ร่างกายต้องปรับสภาพโดยการสร้างเม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้น เพื่อช่วยพาออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายได้มากขึ้น แต่ก็มีข้อเสีย คือถ้าเลือดข้นมากเกินไป ก็จะทำให้ผ่านเข้าสมองได้ยากจึงทำให้สมองขาดออกซิเจนได้ เขียว หายใจเร็ และชักได้ (hypoxic spell)

การรักษา

โดยทั่วไปคุณหมอจะให้ยาเพื่อช่วยลดอาการเขียว และทำการผ่าตัดช่วงแรกเพื่อช่วยเหลือในเบื้องต้นก่อน  นิยมทำกันมากคือ Blalock-Taussing Shunt ทำให้ทารกมีเลือดไปฟอกที่ปอดได้มากขึ้น มีอาการเขียวลดลง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และเป็นการซื้อเวลารอให้เส้นเลือดที่ไปปอดหรือตัวเด็กโตขึ้นจึงผ่าตัดแก้ไขทั้งหมด (Total surgical repair)

กรณีฉุกเฉิน ถ้าเป็นเด็กเล็กถ้าร้องมากๆ จะมีอาการเขียวมากขึ้นมาชัดเจน หายใจเร็ว หรืออาจชัก หมดสติได้ ให้พยายามอุ้มปลอบให้ลูกเงียบโดยเร็วที่สุด ถ้าเป็นเด็กโตให้จับเด็กนั่งหรือนอนในท่าตัวงอคุดคู้ งอเข่าขึ้นชิดหน้าอกก้มหน้าให้คางต่ำลง จนกว่าจะสบายขึ้น แต่ถ้าไม่ดีขึ้นภายใน 15 นาที ต้องรีบไปโรงพยาบาลใกล้บ้านโดยเร็วที่สุด

การรักษาประคับประคองเพื่อชะลอเวลาที่จะผ่าตัดแก้ไขทั้งหมด เช่น

การให้ธาตุเหล็ก เพื่อการสร้างเม็ดเลือดแดงมากขึ้น มีความจำเป็น และสำคัญมากในคนไข้กลุ่มนี้ เนื่องจากต้องการปริมาณ hemoglobin ไปจับกับออกซิเจนในปอดมากกว่าปกติ เพราะมีเลือดไปฟอกที่ปอดน้อย

ยาคลายการหดเกร็งของกล้ามเนื้อหัวใจในส่วนที่ทำให้เลือดไปปอดน้อย เช่น การใช้ยา propranolol เป็นต้น

ดูแลรักษาฟันให้ดี ถ้ามีฟันผุควรไปรับการตรวจรักษาให้ถูกต้องโดยทันตแพทย์ และควรแจ้งให้ทราบว่าเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดทุกครั้งก่อนพบทันตแพทย์

รับวัคซีนเหมือนเด็กทั่วไป

หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายแบบหักโหมหรือเป็นนักกีฬา

มาตรวจตามแพทย์นัดทุกครั้ง