มะเร็งในผู้หญิง ภัยเงียบที่ต้องรู้

ในร่างกายของผู้หญิงนั้นมีความซับซ้อนมากว่าผู้ชาย และมักพบความผิดปกติได้มากกว่า ดังนั้นคุณผู้หญิงจึงไม่ควรมองข้ามความผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ ที่หากปล่อยทิ้งไว้ อาจพบว่ากำลังถูกภัยมะเร็งคุกคามก็เป็นได้ ปัญหาของโรคมะเร็งในเพศหญิงคือ ไม่มีสัญญาณเตือนให้รู้ล่วงหน้า บางรายมีอาการบ้างแต่ก็เล็กน้อยเกินกว่าจะใส่ใจและไปพบแพทย์ ดังนั้นผู้หญิงควรทำความรู้จักกับโรคมะเร็งให้มากขึ้น เพื่อจะได้รู้กับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายก่อนจะสายเกินไป

มะเร็งรังไข่

มะเร็งรังไข่ เป็นมะเร็งในอวัยวะสืบพันธุ์ของสตรีที่พบมากเป็นอันดับ 7 ของมะเร็งสตรีทั่วโลก และพบเป็นอันดับที่ 6 ของมะเร็งสตรีในประเทศไทย รองจากมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งปอด มะเร็งตับ และมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งรังไข่พบได้ในผู้หญิงอายุ 20-80 ปี แต่ส่วนใหญ่มักอยู่ในช่วงอายุ 50-60 ปี

สัญญาณเตือนของโรคมะเร็งรังไข่คือ ผู้ป่วยมักมีอาการท้องอืดเป็นประจำ อาหารไม่ย่อย ปวดท้องเรื้อรัง รับประทานยาลดกรดแล้วไม่ดีขึ้น ท้องโตกว่าปกติ คลำพบก้อน หากก้อนเนื้อมีขนาดโตอาจไปกดกระเพาะปัสสาวะหรือลำไส้ส่วนปลายทำให้ถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระลำบาก ตามด้วยอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด ในระยะท้ายๆ ของโรคอาจมีน้ำในช่องท้องทำให้ท้องโตขึ้นกว่าเดิม ผอมแห้งและมีภาวะขาดอาหารร่วมด้วย

วิธีการตรวจและวินิจฉัยโรคมะเร็งรังไข่

การตรวจร่างกายร่วมกับการตรวจภายใจ มักจะคลำพบก้อนในท้อง หรือบริเวณท้องน้อย และการคลำพบก้อนรังไข่ได้ในสตรีวัยหมดประจำเดือนร้อยละ 30 มักเป็นมะเร็งของรังไข่ เพราะตามปกติวัยหมดประจำเดือน รังไข่จะฝ่อละมีขนาดเล็กลง

การตรวจด้วยเครื่องตรวจคลื่นเสียงความถี่สูง (ultrasound) ช่วยบอกได้ว่ามีก้อนหรือมีน้ำในช่องท้อง ในบางรายที่อ้วนหรือหน้าท้องหนามาก การตรวจร่างกายตามปกติอาจตรวจได้ยาก ดังนั้น การตรวจร่วมกับการตรวจด้วยเครื่องจรวจคลื่นเสียงความถี่สูงควบคู่ไปด้วย

การตรวจด้วยเครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ มีกความละเอียดแม่นยำสูง สามารถเห็นภาพลักษณะ ขนาด และจำนวนก้อนในท้อง รวมถึงสามารถตรวจต่อมน้ำเหลืองและอวัยวะอื่นๆ ในช่องท้องได้

การตรวจเลือดประกอบเพื่อช่วยในการวินิจฉัยและติดตามการรักษา

มะเร็งปากมดลูก

มะเร็งปากมดลูกพบได้บ่อยที่สุดในอวัยวะสืบพันธุ์เพศหญิง สามารถค้นหาได้ง่ายและป้องกันได้ แต่ก็ยังมีสตรีจำนวนมากเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกเฉลี่ยประมาณวันละ 10 คน อาการแสดงของมะเร็งปากมดลูก ระยะก่อนมะเร็ง หรือระยะเริ่มต้นของโรคนี้ จะไม่มีอาการแสดงที่ผิดปกติ อาการจะแสดงออกในระยะท้ายของโรค ได้แก่ มีเลือดออกทางช่องคลอดที่ผิดปกติ (Abnormal vaginal bleeding) มีระดูขาวที่ผิดปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีกลิ่นเหม็น ถ้ากระจายไปยังอวัยวะอื่น อาจมีอาการปวด ถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระเป็นเลือดได้

ระยะก่อนมะเร็ง หรือมะเร็งที่เพิ่งเริ่มเป็น สามารถทำการรักษาได้ และมีโอกาสทีจะหายขาดสูง การตรวจวินิจฉัยทำได้โดยการตรวจภายในเพื่อเอาเซลล์จากปากมดลูกมาตรวจ (Pap Smear) และถ้าตรวจร่วมกับการหาเชื้อไวรัส HPV (HPV DNA Test) จะทำให้ได้รับความแม่นยำมากขึ้น

มะเร็งเต้านม

หนึ่งในโรคร้ายที่ผู้หญิงทั่วโลกต่างหวาดกลัวคือมะเร็งเต้านม ซึ่งเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิงและมีอัตราการเสียชีวิตเป็นอันดับสองรองจากมะเร็งปอด แต่ความน่ากลัวของมะเร็งเต้านมจะลดลงตามความเร็วในการตรวจค้นพบ หากพบเร็วเท่าไร ความรุนแรงของโรคและอัตราเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจะลดลงได้มากเท่านั้น ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แท้จริงของโรคได้ แต่พบความเสี่ยงจากคนที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม โดยเฉพาะในญาติสายตรง กลุ่มเสี่ยงจากสตรีที่ไม่เคยตั้งครรภ์ สตรีที่มีประจำเดือนอายุต่ำกว่า 12 ปี หรือประจำเดือนหมดหลังอายุ 55 ปี นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ได้แก่ การใช้ยาฮอร์โมนทดแทนสำหรับวัยทองติดต่อกันเป็นเวลานาน ภาวะอ้วน การสูบบุหรี และการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง

วิธีที่จะช่วยคัดกรองมะเร็งเต้านมให้ตรวจพบได้ระยะแรกๆ คือ การตรวจคลำเต้านมตรวจด้วยตัวเอง หรือ Breast Self-Examination ซึ่งเป็นวิธีที่ง่าย สะดวก และไม่มีค่าใช้จ่าย ผู้หญิงที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไปทุกคนทั้งกลุ่มเสี่ยงและไม่มีปัจจัยเสี่ยงควรตรวจเต้านมด้วยตัวเองเดือนละหนึ่งครั้ง ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือหลังหมดประจำเดือนหนึ่งสัปดาห์ หรือถ้าต้องการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยวิธีที่ได้รับการยอมรับและเป็นมาตรฐานคือ การตรวจด้วเครื่องดิจิตอลแมมโมแกรมและอัลตร้าซาวด์ (digital mammogram and ultrasound) ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการตรวจหาความผิดปกติของเต้านมแม้เพียงขนาดเล็กระดับมิลลิเมตร

สตรีที่มีอายุ 30-35 ปีขึ้นไป ควรมีการตรวจเช็คสุขภาพภายในอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และสุภาพสตีที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ควรตรวจมะเร็งเต้านมอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ด้วยเครื่องดิจิตอลแมมโมแกรมและอัลตร้าซาวด์ ร่วมกับการตรวจสุขภาพประจำปี สำหรับผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งควรตรวจห้องปฎิบัติการเพิ่มเติมตามคำแนะนำของแพทย์

 

ขอบคุณข้อมูล  พญ.ดวงมณี ธนัพประภัศร์,  นพ.สาธิต ศรีมันทยามาศ