พัฒนาการเด็กแรกเกิด เดือนที่ 1

พัฒนาการเด็กแรกเกิด ในช่วง 2 สัปดาห์แรก ลูกน้อยจะนอนเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ยังไม่สามารถกำหนดเวลาต่างๆ ของลูกได้แน่นอน เช่น บางคนอาจจะปัสสาวะวันละ 5-6 ครั้ง บางคนอาจจะถึง 10 ครั้ง ครึ่งเดือนหลังคุณแม่จะรู้สึกว่าลูกมีลักษณะพื้นฐานอย่างไร เช่น เด็กบางคนนอนนาน ไม่ค่อยร้องกวน ดูดนมแต่ละทีดูดได้เยอะ พออิ่มก็หลับ บางคนก็อาจตื่นบ่อย หลับยาก เป็นเรื่องที่คุณแม่ต้องค่อยเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับลักษณะพื้นฐานของลูก

พัฒนาการเด็กในช่วงนี้ การร้องให้เป็นวิธีการเดียวของเด็กวัยนี้ที่จะสื่อสารให้คุณแม่รู้ว่าต้องการอะไร เริ่มตั้งแต่ หิว เปียก อยากให้อุ้ม เจ็บปวด วิธีที่ดีที่สุดที่คุณแม่สามารถทำได้ คือ การตอบสนองให้ถูกกับความต้องการ ซึ่งต้องใช้ความคุ้นเคย ความใกล้ชิด และการสังเกตว่าการร้องของลูกแต่ละครั้งต้องการอะไร มีบางครั้งที่ลูกอาจะร้องโดยหาสาเหตุไม่เจอก็ได้ ถ้าเป็นลักษณะนี้ให้อุ้มปลอบอย่างอ่อนโยน หรือเปลี่ยนท่าอุ้ม ท่าให้นม อาจจะทำให้ลูกสงบลงได้

เมื่อลูกจ้องหน้าแม่จะสงบลงได้

ลูกจะจำเสียงพ่อแม่ได้

ลูกจะยังไม่ค่อยมีปฎิกิริยาตอบโต้

ถ้าแสงในห้องไม่จ้าจนเกินไป ลูกจะลืมตาขึ้นมองเป็นครั้ง และจะมองเห็นได้ดีที่สุดประมาณ 1 ฟุต ฉะนั้นระหว่างที่ลูกดูดนมแม่ หน้าแม่จะอยู่ในระยะสายตาของลูกได้ดีที่สุด

การทำงานของหูจะสมบูรณ์ตั้งแต่ลูกน้อยอยู่ในครรภ์คุณแม่แล้ว ดังนั้นเวลาลูกน้อยได้ยินเสียงดัง จึงมีอาการสะดุ้ง ตกใจในช่วงเดือนแรก ลูกน้อยจะมีรีเฟล็กซ์ (Reflex) เกิดขึ้นหลายอย่าง ที่เห็นง่ายที่สุด คือ เมื่อร้องไห้ ตกใจ เด็กจะทำท่าผวา มือเท้าสั่น หรือบางครั้งนอนเฉยๆ ก็ยิ้มยึ้นมา เป็นรีเฟลกซ์ หรือปฎิกิริยาของกล้ามเนื้ออย่างหนึ่ง ที่เป็นไปโดยอัตโนมัติ

เด็กผู้ชายจะมีลักษณะกระฉับกระเฉงกว่าเด็กผู้หญิง และเด็กผู้หญิงยังมีความรู้สึกไวต่อการเจ็บปวดเร็วกว่าเด็กผู้ชาย

เด็กวัยนี้ชอบเสียงสูงมากกว่า และชอบฟังเสียงที่ทอดยาวไปนานๆ ประมาณ 10 วินาที ไม่ชอบฟังเสียงที่สะดุด สั้นๆ ดังนั้นลูกจึงชอบฟังเสียงแม่มากกว่าเสียงพ่อ

เด็กทารกทุกคน มีลักษณะเฉพาะของตนเอง ตั้งแต่ท่าทาง ความรู้สึก การเคลื่อนไหว การตอบสนองต่อสิ่งเร้า

การโอบกอด ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่ให้นมลูก การกล่อมนอน ร้องเพลงให้ลูกฟัง ล้วนเข้าไปช่วยกระตุ้นเซลล์สมองของลูกน้อยให้มีพัฒนาการ การทำงาน พร้อมที่จะพัฒนาต่อไป

การแตะฝ่ามือ แตะฝ่าเท้า สัมผัสลูกบ่อยๆ จะทำให้ลูกรับสัมผัสจากแม่ ช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหว