โรคความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์

การเกิดโรคความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์เกิดจากการฝังตัวของรกที่ผิดปกติ ก่อให้เกิดการสร้างสารชีวเคมีออกมาจากการที่เซลล์รกขาดออกซิเจน หลอดเลือดขยายตัวได้ไม่ดี โอกาสเป็นภาวะนี้จะสูงขึ้นหากเป็นโรคความดันโลหิตสูงอยู่เดิม หรือคุณแม่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงอยู่แล้ว เช่น ตั้งครรภ์เมื่ออายุน้อยหรือมากเกินไป ตั้งครรภ์ท้องแรก ตั้งครรภ์แฝด มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคความดันโลหิตสูง มีโรคประจำตัวอื่น หรือเป็นโรคนี้อยู่ก่อนแล้ว

อันตรายจากโรคความดันโลหิตสูง

ทำให้หัวใจทำงานหนัก เพราะต้องปั๊มเลือดแรงขึนจากความดันที่สูง ฉะนั้นเมื่อตั้งท้อง เลือดในร่างกายที่เพิ่มขึ้นถึง 4-5 ลิตรจะทำให้หัวใจทำงานหนักมากเกินไปจนเกิดอาหารหัวใจวาย

ไตวาย เนื่องจากความดันที่สูงขึ้นเลื่อยๆ จะทำให้การทำงานของไตเสียไป

เกิดภาวะแท้งง่าย แม้ปัจจุบันจะมียาช่วยในเรื่องของความดัน แต่แม่ตั้งครรภ์ที่มีความดันสูงจะแท้งง่ายกว่าปกติอยู่แล้ว เพราะความดันสูงจะทำให้เส้นเลือดไม่แข็งแรง เลือดที่อยู่ในโพรงมดลูกจะส่งไปหล่อเลี้ยงลูกน้อยที่อยู่ในท้องไม่เพียงพอจนแท้งได้

ครรภ์เป็นพิษ เพราะความดันที่สูงจะมีผลอันตรายทั้งต่อแม่และลูก ลูกจะตัวเล็กเนื่องจากเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงลูกไม่ดีหรือไม่เพียงพอ แม่อาจมีอาการรุนแรงจนชักหรือหมดสติจนเป็นอันตรายต่อทั้งลูกและแม่ บางครั้งแม่ที่ความดันสูงจากครรภ์เป็นพิษ ก็จะมีเลือดออกในสมองจนถึงแก่ชีวิตได้อีกด้วย แต่หากคุณแม่ควบคุมความดันได้ดี ความเสี่ยงและอันตรายต่างๆ ก็จะลดน้อยลง

วิธีการดูแลตัวเอง

คุณแม่ควรพบแพทย์ตามนัด จะช่วยบรรเทาอันตรายจากการเกิดโรคได้ดี นอกจากนี้การรับประทานอาหารประเภทผักและผลไม้ งดอาหารประเภทรสเค็มจัด หวานจัด ไขมันสูง หันมากินอาหารไขมันต่ำเป็นประจำ ก็จะช่วยลดความดันโลหิตได้เช่นเดียวกัน ที่สำคัญควรพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียดและออกกำลังกายสม่ำเสมอ หากคุณแม่ดูแลตัวเองได้ดี ความเสี่ยงต่างๆ ก็จะลดน้อยยลงไปได้ การกินยาลดความดันโลหิตสูงควรอยู่ในการดูแลของคุณหมอ หากคุณแม่ควบคุมความดันได้ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ยา แต่หากความดันโลหิตสูงเกิน 160/105 มิลิเมตรปรอท ควรต้องใช้ยาตามที่แพทย์สั่ง ซึ่งยาที่ปลอดภัยต่อทารกในครรภ์และนิยมเลือกใช้ ได้แก่ เมทิลโดปา (Methyldopa), ไฮดราลาซีน (Hydralazine), ลาเบทาลอล (Labetalol) และแคลเซียม แซนเนล บล็อกเกอร์ (Calcium Channel Blocker)