20 เคล็ดลับสุขภาพกาย สุขภาพใจที่ดีของแม่ตั้งครรภ์

การอุ้มท้องเจ้าน้อยตลอดทั้ง 9 เดือน ได้แบบสบายๆ  ไม่มีเหนื่อย และแรงไม่มีตกเวลาที่ต้องเข้าห้องคลอดเบ่งเจ้าตัวน้อยออกมานั้น มาดูกันค่ะว่าเราจะช่วยดูแลคุณแม่ตั้งครรภ์ในแต่ละวันได้ด้วยเรื่องอะไรกันบ้าง

1.เปลี่ยนจากการทานอาหาร 3 มื้อ มาเป็นทานครั้งละน้อยๆ  และทานบ่อยขึ้น เพื่อไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำจนเกิดอาการคลื่นไส้ แล้วยังช่วยลดอาการแน่นจุดเสียดหลังจากทานอาหารอิ่มด้วยนะคะ

2.ห้ามทานอาหารสุกๆ ดิบๆ เช่น ปลาดิบ ส้มตำปลาร้า  เป็นต้น เพราะอาหารสุกๆ ดิบๆ มักจะมีเชื้อแบคทีเรียตัวร้ายปนเปื้อนมาด้วย สามารถทำให้คุณแม่ท้องเสียกันได้ง่ายๆ คะ

3.ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ยิ่งถ้าปรุงสุกใหม่ๆ จะยิ่งดีกับสุขภาพ และยังมั่นใจได้ในเรื่องของความสด สะอาด รสชาติของอาหารที่อร่อยอีกด้วย

4.หลีกเลี่ยงอาหารมันๆ ทอดๆ  เนื้อย่างติดมัน หมูย่างรมควัน เพราะคุรแม่อาจเสี่ยงกับไขมันในเส้นเลือดสูง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพอย่างมากคะ

5.หลีกเลี่ยงขนมหวานจัดๆ ประเภทใส่กะทิมันๆ  อันเนี่ยคอเลสเตอรอส แถมยังได้ของแถมเป็นน้ำหนักส่วนเกินหลังคลอดอีกด้วยนะคะเนี่ย

6.ดื่มน้ำสะอาดให้ได้วันละ 8-10 แก้ว เพราะน้ำจะทำหน้าที่ช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย ที่สำคัญยังช่วยเรื่องท้องผูกของคนท้องได้ดีอีกด้วยค่ะ

7.ช่วงตั้งครรภ์คุณแม่ควรงดการใส่รองเท้าส้นสูง เพราะเวลาที่ขนาดครรภ์ขยายใหญ่ขึ้น ทำให้ร่างกายไม่สมดุลกับน้ำหนัก คุณแม่อาจหกล้ม ได้รับอันตรายจากการใส่ส้นสูงได้  ควรเปลี่ยมสวมใส่รองเท้าที่ใส่ง่าย เดินแล้วรู้สึกสบายเท้า จะดีกว่าคะ

8.หากต้องนั่งรถ หรือขับรถยนต์ อย่าลืมค่ะ คุณแม่ต้องคาดเข็มขัดนิรภัยด้วย โดยให้ดึงสายเข็มขัดเส้นบนพาดไว้ที่ช่วงไหล ส่วนสายเข็มขัดเส้นล่างให้พาดไว้ใต้พุง จะได้ปลอดภัยทั้งคุณแม่คุณลูกนะคะ

9.กรณีที่ต้องเดินทางด้วยเครื่องบินให้เลือกที่นั่งแถวหน้าสุด เพื่อจะได้มีพื้นที่ไว้เหยียดแข้งเหยียดขาคลายความเมื่อยล้า และก็จะได้ลุกเข้าห้องน้ำสะดวกด้วยคะ

10.เช้าๆ ตื่นนอนขึ้นมา แล้วมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ให้หาขนมปังกรอบที่มีรสเค็มหน่อยๆ  ทานสักชิ้นสองชิ้น จะช่วยให้ดีขึ้นจากการอาเจียน

11.ดื่มนมสดให้ได้อย่างน้อยวันละ  2 แก้ว เพื่อเพิ่มแคลเซียมให้ทั้งตัวคุณแม่และคุณลูกในท้อง

12.นวดเบาๆ ให้ทั่วน่องและขา เป็นการช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น

13.เพื่อสุขอนามัยที่ดีควรเลือกใส่กางเกงในที่ทำจากผ้าฝ้าย เพราะจะช่วยให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก และไม่เกิดความอับชื้น กลิ่นหมักหมมบริเวณจุดซ่อนเร้น

14.เวลาอาบน้ำไม่ควรที่จะแช่ตัวในแช่น้ำอุ่น เพราะเชื้อราจะเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศที่อบอุ่น ที่สำคัญจะช่วยให้จุดซ่อนเร้นปลอดภัยจากเชื้อรา

15.ในระหว่างวันควรที่จะเดินเบาๆ ออกกำลังกายให้ได้ 10-15 นาที เพื่อให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวบ้าง ที่สำคัญจะช่วยให้คุณแม่สดชื่นขึ้นด้วยเวลาที่ได้เดินออกกำลังกาย สูดอากาศที่สดชื่น ไม่อุดอู่อยู่แต่ในบ้าน หรือที่โต๊ะทำงาน

16.นั่งสมาธิ  เล่นโยคะ หรือจะฟังเพลงคลาสสิค ก็ดีนะคะ เพราะถือเป็นการช่วยผ่อนคลายจิตใจจากความกังวลระหว่างการตั้งครรภ์ได้ดีทีเดียวคะ

17.ในทุกมื้ออาหาร ควรที่จะทานผัก ผลดไม้สดด้วย เพื่อเพิ่มกากใยให้กับบร่างกาย ช่วยให้อาหารที่ทานเข้าไปย่อยง่าย และไม่ต้องกังวลกับอาการท้องผูก

18.คุณแม่ท้องที่ชอบทานกะหล่ำปลีดิบ ควรงดโดยเด็ดขาด เพราะในกะหล่ำปลีดิบจะมีสารพิษที่เรียกว่า กอยโตรเจน (Goibrogen) ซึ่งเป็นสารที่จะกันไม่ให้ต่อมไทรอยด์จับไอโอดีน สร้างเป็นฮอร์โมนไทร๊อกซิน (Thyroscine) ซึ่งผลที่เกิดขึ้น คือ จะทำให้เกิดเป็นโรคคอหอยพอก  หากจะทานกะหล่ำปลีควรทำให้สุก เพื่อร่างกายจะได้ปลอดภัยจากสารพิษคะ

19.หากคุณแม่ต้องยืนเป็นเวลานานๆ  ให้สลับพักเท้าทั้งสองข้าง เพื่อลดอาการปวดเมื่อย และอาการเกร็งเป็นตะคิวที่น่อง

20.เวลานอนช่วงกลางคืนควนทำเท้าทั้งสองข้างให้อุ่นด้วยการสวมถุงเท้า เพราะจะช่วยลดการเกิดอาการตะคิวที่เท้า และน่องได้คะ