เจาะเลือดตรวจ PIGF และ sFlt-1 รู้ความเสี่ยงครรภ์เป็นพิษ

ครรภ์เป็นพิษเป็นภาวะที่อันตรายมากต่อคุณแม่ตั้งครรภ์และชีวิตของลูกน้อยในครรภ์ โดยในไทยมีคุณแม่ที่มีภาวะครรภ์เป็นพิษถึง 5-8 เปอร์เซ็นต์ และมีคุณแม่ตั้งครรภ์ถึง 10-15 เปอร์เซ็นต์ที่เสียชีวิตจากภาวะครรภ์เป็นพิษ

แต่ปัจจุบันมีเทคโนโลยีการตรวจคัดกลองและประเมินความเสี่ยงของการเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ ซึ่งจะทำให้แพทย์ได้ติดตามอาการและวางแผนการดูแลรักษาภาวะครรภ์เป็นพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพ นั่นคือ

เทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยภาวะครรภ์เป็นพิษโดยการนำสารบ่งชี้ภาวะครรภ์เป็นพิษมาใช้วัดระดับโปรตีนสำคัญ 2 กลุ่มคือ

  • กลุ่มแรกเป็นโปรตีนส่งเสริมการสร้างหลอดเลือด หรือ PIGF (Placental Growth Factor)
  • กลุ่มของโปรตีนที่มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างหลอดเลือด หรือ sFlt-1 (Soluble Fms-Like Tyrosine Kinase-1) แล้วคำนวณเป็นสัดส่วนว่ามีระดับสูงผิดปกติหรือไม่ โดยอาจนำมาใช้ร่วมกับการตรวจวัดการไหลเวียนเลือดในหลอดเลือดที่เลี้ยงมดลูก (Ulerine Artert Doppier) ซึ่งคุณแม่ควรจะตรวจในช่วงอายุครรภ์ได้ 12 สัปดาห์

ขั้นตอนการตรวจง่าย ไม่ยุ่งยาก วิธีตรวจคือ เจาะเลือดบริเวณแขนของคุณแม่ตั้งครรภ์แล้วนำไปตรวจโดยใช้สารบ่งชี้และวินิฉัยด้วยเครื่องมืออัตโนมัติที่แม่นยำและรวดเร็วเพียง 18-20 นาที ก็ทำให้รู้ผลว่ามีความเสี่ยงหรือไม่ หากผลชี้ว่ามีความไม่สมดุลระหว่างโปรตีนทั้ง 2 กลุ่มนี้ คือ โปรตีนส่งเสริมการสร้างหลอดเลือดมีระดับต่ำลง แต่โปรตีนที่มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างหลอดเลือดมีระดับสูงขึ้น ประกอบกับการไหลเวียนเลือดที่หลอดเลือดเลี้ยงมดลูกไม่ดี ก็จะทำให้แพทย์รู้ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ว่าคุณแม่มีโอกาสสูงในการเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ ซึ่งจะช่วยให้แพทย์สามารถพยากรณ์โรคและดูแลรักษาคุณแม่ได้ตั้งแต่เริมเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษนี้ เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายและลดภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดต่อคุณแม่และลูกน้อยได้ ทั้งยังส่งผลให้แพทย์สามารถวางแผนการเฝ้าระวังและรักษาภาวะต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยให้ลูกน้อยเกิดมามีชีวิตรอดที่แข็งแรงสมบูรณ์และคุณแม่ก็ปลอดภัยไปพร้อมกัน

ตรวจความเสี่ยงครรภ์เป็นพิษได้ที่ไหน ปัจจุบันการเจาะเลือดตรวจ PIGF และ sFlt-1 อาจยังไม่แพร่หลายในโรงพยาบาลทั่วไปมากนัก แต่จะมีอยู่ในโรงพยาบาลระดับมหาวิทยาลัยของรัฐบาลและโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำระดับประเทศเท่านั้น นอกจากนี้ยังไม่ได้แนะนำให้เป็นการตรวจคัดกรองพื้นฐานที่จำเป็นต้องตรวจทุกราย และราคายังค่อนข้างสูง ปัจจุบันจึงเป็นการตรวจที่แพทย์จะพิจารณาส่งตรวจในรายที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความยุ่งยากในการวินิจฉัยภาวะครรภ์เป็นพิษ