พัฒนาการทารกในครรภ์เดือนที่ 1-3

พัฒนาการทารกในครรภ์ เดือนที่ 1
  • สัปดาห์ที่ 1 ลูกน้อยในครรภ์ช่วงนี้จะเรียกว่า ตัวอ่อน ที่ได้รับสารอาหารพร้อมกับขับถ่ายของเสียผ่านทางเยื่อหุ้มรกที่กำลังจะพัฒนาเป็นรก กับเส้นเลือดในผนังมดลูกของคุณแม่ เซลล์ของตัวอ่อนจะมีการแบ่งตัวออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่หนึ่งพัฒนากลายเป็นรกและถุงเยื่อหุ้มทารกหรือถุงน้ำคร่ำ ซึ่งมีหน้าที่ป้องลูกน้อย เป็นทางผ่านของอาหารและของเสีย สร้างฮอร์โมนที่จำเป็นต่อการตั้งครรถ์ ส่วนที่สองจะพัฒนาไปเป็นร่างกายของลูกน้อยระยะแรก
  • สัปดาห์ที่ 2 ร่างกายลูกน้อยจะเริ่มมีการสร้างไขสันหลังและส่วนหลัง โดยจะพัฒนาไปเป็นโครงสร้างกระดูกสันหลังและสมอง รวมถึงลูกน้อยเริ่มมีหัวใจดวงเล็กจิ๋วแล้ว
  • สัปดาห์ที่ 3 ลูกน้อยจะเริ่มฝังตัวในผนังมดลูกแล้ว และเริ่มแบ่งกลุ่มเซลล์ออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มชั้นนอก พัฒนาเป็นระบบประสาท ผิวหนัง ฟัน ผม เลนส์ตา ต่อมต่างๆ กลุ่มชั้นกลาง พัฒนากเป็นระบบกล้ามเนื้อ อวัยวะสืบพันธุ์ ระบบขับถ่าย เส้นเลือดหัวใจ และกระดูก กลุ่มชั้นใน พัฒนาเป็นระบบย่อย อวัยวะหายใจ ตับ และตับอ่อน
  • สัปดาห์ที่ 4 ลูกน้อยลังสร้างเลือด และเส้นเลือดอย่างรวดเร็ว เพราะต้องใช้ออกซิเจนและสารอาหารจากแม่ในการเจริญเติบโต โดยลำเลียงผ่านท่อเล็กจิ๋วที่เชื่อมระหว่างตัวอ่อนและหลอดเลือดในผนังมดลูกของแม่
พัฒนาการทารกในครรภ์ เดือนที่ 2-3
  • สัปดาห์ที่ 5-8 ลูกน้อยในครรภ์ช่วงนี้จะมีขนาดประมาณ 0.4 มิลลิเมตร (ประมาณเมล็ดแอ๊ปเปิ้ล) แต่เมื่อเจริญเติบโตจนถึงปลายสัปดาห์ที่ 6 ตัวอ่อนของหนูน้อยจะมีความยาวประมาณ 2.5-3 เซนติเมตร หนักไม่ถึง 1 กรัม ลูกจะมีรูปร่างงอคล้ายกุ้ง และสามารถเริ่มแยกได้ว่าส่วนไนเป็นศีรษะ ลำตัว และแขนขา ลำตัวเริ่มจะค่อยๆ ยืดยาวออก พร้อมกับเริ่มมีเค้าโครงหน้าปรากฏ คือ จมูก ปาก โพรงจมูก ช่องปาก
  • สัปดาห์ที่ 9-10 ลูกน้อยในครรภ์มีอัตราการเต้นของหัวใจที่เร็วมาก โดยอัตราการเต้นของหัวใจลูกน้อยในครรภ์จะเต้นเร็วกว่าคุณแม่ประมาณเท่าตัว คือ 140-150 ครั้งต่อนาที อวัยวะสำคัญต่างๆ เริ่มมีการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว อวัยวะภายในครบถ้วนทั้งหมด กระเพาะอาหาร ตับ ม้าม มีการพัฒนามากขึ้น โครงสร้างของกล้ามเนื้อต่างๆ ก็เริ่มมีการเติบโตและสมบูรณ์มากขึ้น โดยลูกน้อยจะได้รับสารอาหารผ่านทางรกและสายสะดือ ในช่วงสัปดาห์นี้ลูกจะมีขนาดประมาณ 3-4 เซนติเมตร น้ำหนัก 3-4 กรัม
  • สัปดาห์ที่ 11-12 จากในช่วงสัปดาห์ก่อนๆที่ลูกน้อยยังเป็นตัวอ่อนอยู่ในช่วงนี้ที่เรียกว่า เป็นทารกได้แล้ว เพราะลูกน้อยมีอวัยวะครบถ้วนสมบูรณ์ รูปร่างหน้าตามีการพัฒนาที่สมบูรณ์มากขึ้น ลูกในตาย้ายต่ำแหน่งจากด้านข้างศีรษะมาอยู่ด้านหน้าแล้ว รวมถึงหูก็อยู่ในตำแหน่งที่ควรอยู่ ผิวหนังลูกเริ่มมีขนอ่อนขึ้นปกคลุมร่างกาย มีจมูกใหญ่ขึ้น มีกระดูก ซี่โครง เริ่มกลืนน้ำคร่ำและถ่ายปัสสาวะ แถมยังเริ่มเหยียดตัว งอหลัง ยืดแขนขาได้อีกด้วย ลูกจะมีขนาดประมาณ 4-7 เซนติเมตร น้ำหนัก 10-20 กรัม
  • สัปดาห์ที่ 13-14 ลูกน้อยช่วงนี้จะลอยตัวอยู่ในถุงน้ำคร่ำอย่างสุขสบายในอุณหภูมิประมาณ 37.5 องศาเซลเซียส ช่วงลำตัวลูกน้อยจะโตเร็วกว่าส่วนศีรษะ เริ่มมีแคลเซียมมาสะสมที่โครงกระดูกอ่อนของร่างกายอย่างรวดเร็ว ลูกสามารถหรี่ตา ขมวดคิ้ว หน้าบึ้ง ดูดนิ้ว กำมือได้แล้ว เพราะกล้ามเนื้อบนใบหน้าเริ่มทำงาน ไตสามารถขับปัสสาวะได้ เร่มหัดหายใจเข้า – ออก ด้วยน้ำคร่ำผ่านปอด ตอนนี้คุณแม่ยังไม่รู้สึกว่าเขาเตะหรือต่อย เพราะมือและเท้าเขายังเล็กจิ๋ว และอ่อนนุ่มเกินไป ลูกในครรภ์มีขนาด 7-9 เซนติเมตร น้ำหนัก 25-40 กรัม

สมองของลูกน้อยในช่วงนี้กำลังมีการสร้างเซลล์ประสาทและการเจริญเติบโตของสมองอย่างรวดเร็ว โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ สมองส่วนหน้า สมองส่วนกลาง และสมองส่วนหลัง คุณแม่จึงจำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่จำเป็นการพัฒนาสมองและร่างกายให้ส่งผ่านไปสู่ลูกน้อยอย่างเพียงพอเสมอ อาทิ กรดโฟลิก วิตามินดี กรดไขมันจำเป็น เช่น โอเมก้า ดีเอชเอ และวิตามินต่างๆ และควรหลีกเลียงสารพิษ สารเคมีอันตราย รวมถึงอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีคุณค่า ซึ่งอาจส่งผลดีต่อพัฒนาการการเจริญเติบโตต่างๆ ของลูกน้อยในครรภ์