วัคซีนที่ควรต้องฉีดขณะตั้งครรภ์

ในการฉีดวัคซีนจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้แม่และลูกน้อยที่อยู่ในครรภ์ และช่วยลดภาวะเสี่ยงต่างๆ ได้ แต่ก่อนรับวัคซีนคุณแม่ควรปรึกษาสูติแพทย์ก่อนเสมอ มาดูกันว่าวัคซีนที่คุณแม่ท้องฉีดได้บ้าง

วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่

สามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุครรภ์ 27-36 สัปดาห์ ซึ่งจะช่วยป้องกันและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยได้หลังคลอดถึง 6 เดือนอีกด้วย การฉีดวัคซีนยังไม่เป็นอัตรายต่อคุณแม่และลูก คุณแม่สามารถฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้ทุกฤดูกาล ไม่ใช่เพียงฤดูหนาวเท่านั้น

คุณแม่หลายท่านอาจยังไม่ทราบว่า โรคไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่เป็นอันตรายต่อคนท้องมากกว่าคนธรรมดา เนื่องจากในช่วงตั้งครรภ์คุณแม่จะมีภูมิต้านทานต่ำลง ทำให้คุณแม่ป่วยเป็นไข้หวัด ไม่สบายได้ง่าย ซึ่งจะทำให้เกิดภาวะอาการแทรกซ้อน และในบางกรณีอาจมีอาการรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ได้ เช่น ปอดบวม เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ หัวใจวาย เกิดการคลอดก่อนกำหนด ทารกมีน้ำหนักน้อย หรือถึงขั้นสูญเสียการตั้งครรภ์หรือแท้งบุตร ดังนั้นหากคุณแม่ตั้งครรภ์รู้สึกไม่สบายควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาอาการและรักษาได้ทันท่วงที

วัคซีนป้องกันบาททะยัก

ช่วยให้คุณแม่สร้างภูมิคุ้มกันกรณีที่เกิดอุบัติเหตุหรือภาวะฉุกเฉินต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ติดเชื้อบาททะยักได้ ซึ่งหากคุณแม่ท้องแรกไม่ได้รับการฉีดวัคซีนบาดทะยักนานเกิน 10 ปี สามารถรับวัคซีนบาดทะยักใหม่ได้โดยต้องฉีดวัคซีน 3 เข็มเมื่อเข้าสู่ไตรมาสที่สอง ฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ได้เมื่ออายุครรภ์เกิน 16-20 สัปดาห์ เข็มที่ 2 เมื่ออายุครรภ์ 28 สัปดาห์ และเข็มที่ 3 จะฉีดวัคซีนในช่วงหลังคลอดหลังจากเข็มที่สองประมาณ 6 เดือน – 1 ปี

กรณีที่คุณแม่เคยได้รับวัคซีนเมื่อท้องแรกจะต้องพิจารณาการให้วัคซีนในท้องต่อมา ถ้าท้องที่สองห่างจากท้องแรกไม่เกิน 3 ปี ก็ไม่ต้องฉีดวัคซีนบาดทะยัก แต่ถ้าท้องที่สองห่างจากท้องแรก 3-5 ปีควรฉีดกระตุ้น 1 เข็ม แต่ถ้าท้องต่อมาห่างจากท้องล่าสุดเกิน 10 ปีไปแล้วต้องฉีดใหม่ 3 เข็ม ตามช่วงเวลา และหลังจากนั้นในช่วง 3-5 ปีควรฉีดอีก

ปัจจุบันความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี และเครื่องมือทางการแพทย์มีความทันสมัย แต่การคลอดลูกก็ยังมีความเสี่ยงในการติดเชื้อ หากทารกหลังคลอดติดเชื้อบาดทะยักจะมีอาการเกร็ง หลังแข็ง หลังแอ่น ชักกระตุก ดูดนมไม่ได้ และเสียชีวิตในที่สุด คุณแม่ที่อยู่ระหว่างตังครรภ์จึงจำเป็นต้องฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกติดเชื้อ

วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี

ช่วยป้องกันและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้คุณแม่และลูกน้อยหลังคลอดได้อย่างปลอดภัยไม่เป็นอันตราย แต่อาจมีผลข้างเคียงหลังฉีดวัคซีน เช่น ปวด บวม แดงบริเวณที่ฉีด เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว มีไข้ ปวดศีรษะ วิธีแก้ไขง่ายๆ คือ กินยาแก้ปวดหรือประคบเย็น การฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบบีมีจำนวน 3 เข็ม เข็มแรกกับเข็มที่ 2 จะฉีดห่างกัน 1-2 เดือน และเข็มที่ 3 ห่างจากเข็มแรกประมาณ 6 เดือน หากคุณแม่ตั้งครรภ์ไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบมาก่อนควรรีบฉีดวัคซีนตัวนี้ เพื่อป้องกันอาการตับอักเสบ อาการตัวเหลือง ตาเหลือง อ่อนเพลีย ตับวาย ซึ่งอาจมีแนวโน้มเป็นมะเร็งตับหรือตับแข็งได้

วัคซีนคอตีบและไอกรน

เป็นวัคซีนเข็มเดียวกับวัคซีนบาดทะยักในเข็มที่ 2 คุณแม่ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 27-36 สัปดาห์ ควรได้รับการฉีดวัคซีน อีกทั้งควรฉีดทุกครั้งที่มีการตั้งครรภ์ วัคซีนดังกล่าวไม่เป็นอันตรายต่อแม่และลูกในครรภ์ แพทย์จึงแนะนำให้ฉีดเพื่อป้องกันโรคคอตีบและโรคไอกรนในแม่และลูก

โรคคอตีบ เคยมีการระบาดขึ้นในประเทศไทยช่วงปี พ.ศ. 2555 ซึ่งเป็นโรคที่ทำให้แม่และลูกในครรภ์ถึงขั้นเสียชีวิต และยังมีอาการอื่นๆ เช่น หายใจไม่ออก ทางเดินหายใจอุดตัน กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เป็นต้น

โรคไอกรน เป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจผ่านการไอและจาม หากติดเชื้อจะมีอาการไอถี่จนระบบหายใจล้มเหลว ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้ นอกจากนี้ลูกยังสามารถติดเชื้อผ่านทางแม่ได้ด้วย ถ้าลูกเป็นโรคไอกรนตั้งแต่อายุ 3 เดือนแรกหลังคลอด จะมีโอกาสป่วยรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ แต่ถ้าได้รับการฉีดวัคซีนจะช่วยป้องกันโรคไอกรนให้ลูกที่คลอดออกมาได้ตั้งแต่ 2-6 เดือน