คุณแม่ตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 27-30 สัปดาห์ มีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง

มีอาการปวดหลังมากขึ้น

เพราะน้ำหนักครรภ์ที่มากขึ้นทำให้ร่างกาย และหลังคุณแม่ต้องรับน้ำหนักและปรับสมดุลในการนั่ง ยืน เดิน นอกจากนี้กระดูกเชิงกรานก็ขยายตัวเตรียมพร้อมเพื่อจะคลอดหลังของคุณแม่จึงต้องรับน้ำหนักมากขึ้น คุณแม่จึงควรปรับท่าทางการยืน เดินให้เหมาะสม ไม่ก้มยกของหนัก เดินยืดตัวสวมรองเท้าส้นเตี้ยๆ ที่เดินได้สบาย ไม่นั่งเก้าอี้หรือนอนบนเตียงที่นุ่มหรือยุบลงไปก็จะป้องกันและบรรเทาอาการปวดหลังได้

ถ่ายปัสสาวะบ่อยขึ้น

คุณแม่ท้องจะมีอาการปวดปัสสาวะบ่อยมากขึ้น เพราะขนาดของมดลูกที่ไปกดทับกะเพราะปัสสาวะ รวมถึงน้ำหนักตัวและการดิ้นของลูกที่กดลงกระเพาะปัสสาวะอีกด้วย

มีอาการนอนไม่หลับ

คุณแม่ตั้งครรภ์อาจเกิดปัญหานอนไม่หลับ ตื่นบ่อย เนื่องจากท้องที่ใหญ่ขึ้นทำให้รู้สึกเริ่มอุ้ยอ้าย และนอนไม่สบายตัว ทำให้เพลียง่าย วิธีแก้ไขคือ ควรนอนในท่าที่ไม่อึดอัด เช่น ควรนอนตะแคงท่ากอดหมอนข้างโดยให้ขาข้างหนึ่งงอเข่าไว้ ส่วนขาอีกข้างเหยียดออกรวมถึงหาหมอนใบเล็กๆ มารองขาข้างที่งอก็จะทำให้รู้สึกสบายขึ้น

ร้อนง่าย

คุณแม่ท้องส่วนใหญ่มักจะมีอาการขี้ร้อน เหงื่อออกง่าย เพราะระบบสันดาป ฮอร์โมนและปริมาณเลือดในร่างกายที่เปลี่ยนไป วิธีบรรเทาอาการคือ ควรพยายามใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี อยู่ในที่ที่อากาศโปร่งโล่งและเย็นสบาย เพื่อป้องกันไม่ให้รู้สึกร้อนมากจนหน้ามืด เป็นลม แต่หากร้อนมากอาจพักคลายร้อนแล้วอาบน้ำให้สดชื่นได้บ้าง แต่ไม่ควรอาบน้ำเย็นนานเกินไป

ปวดหลังช่วงล่างและข้อต่างๆ

เมื่อท้องมีขนาดใหญ่ขึ้น หลังของคุณแม่ จึงต้องแบกรับน้ำหนักและมีการแอ่นตัวมากขึ้น เพื่อรักษาสมดุลของร่างกาย บวกกับฮอร์โมนที่ทำให้กล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็นยึดกว่าปกติ จึงทำให้เกิดอาการปวดหลังได้ นอกจากนี้อาจยังปวดตามข้อต่างๆ ทั่วร่างกายด้วย เช่น ข้อนิ้ว ข้อมือ ข้อเท้า เข่า ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในอิริยาบถเดิมๆ ซ้ำๆ นานๆ ระมัดระวังการนั่ง การยืน การเดินให้ดี และงดยกของหนัก

เจ็บท้องหลอก

พอเข้าสู่ไตรมาสที่ 3 อาการเจ็บท้องเหมือนจะคลอดอาจเกิดขึ้นได้เป็นครั้งคราว แต่ไม่ใช่การเจ็บคลอดจริง เป็นเพียงการซ้อมหดตัวของมดลูกเพื่อให้ร่างกายเตรียมพร้อมเท่านั้น โดยมักรู้สึกเจ็บบริเวณช่องท้องนาน 15-30 นาที บางครั้งนานถึง 2 นาที แต่เมื่อเปลี่ยนท่าทางหรือทำกิจกรรมอื่น อาการก็จะหายไป ซึ่งบางคนอาจมีอาการเช่นนี้มาตั้งแต่อายุครรภ์สัปดาห์ที่ 20 แล้ว

หากมีอาการแบบนี้ให้รีบไปพบแพทย์

คุณแม่ตั้งครรภ์ควรสังเกตความผิดปกติของร่างกายและรู้จักกับสัญญาณอากาต่างๆ ที่บ่งบอกถึงความผิดปกติที่เป็นอันตรายต่อทั้งคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ เช่น ปวดหน่วงบริเวณอุ้งเชิงกราน รู้สึกเหมือนลูกกำลังจะคลอด หรือปวดท้องรุนแรง

ปวดท้องมากคล้ายปวดประจำเดือนมากกว่า 4 ครั้งต่อชั่วโมง หรือไม่ปวดเลยแต่มีอาการบีบตัวของมดลูกมากกว่า 4 ครั้งต่อชั่วโมง

มีอาการตกขาวมากกว่าปกติ ลักษณะตกขาวมีสีที่ผิดปกติ

ลูกเคลื่อนไหว หรือลูกดิ้นน้อยลงกว่าปกติ

มีเลือดออกจากช่องคลอดหรือน้ำคร่ำแตก ท้องผูกรุนแรงและปวดท้อง หรือท้องเสียรุนแรง

อาเจียนอย่างรุนแรงจากอาการปวดหัวหรือมีไข้ หรือมีไข้ 37 องศาเซลเซียส หรือสูงกว่า

มองเห็นภาพไม่ชัด เบลอ หรือเห็นเป็นจุดๆ ลอยอยู่

ปวดหัวอย่างรุนแรง หรือมองเห็นภาพเบลอ พูดไม่ชัด และชาร่วมด้วย

มีอาการบวมที่ใบหน้า รอบดวงตา หรือมีอาการบวมอย่างฉับพลันที่ขา เท้า ข้อเท้า หรือน้ำหนักขึ้นกะทันหันมากกว่า 1.5 กิโลกรัมใน 1 สัปดาห์

เป็นลม เวียนหัวบ่อย ใจเต้นแรง ใจสั่น หายใจลำบาก ไอเป็นเลือด หรือเจ็บหน้าอก