คุณแม่ตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 19-22 สัปดาห์ มีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง

เส้นเลือดขอด

เมื่ออายุครรภ์มากขึ้นทำให้มดลูกขยายใหญ่จนไปกดทับหลอดเลือดำในช่องท้อง ความดันในหลอดเลือดจึงสูงขึ้น ทำให้หลอดเลือดเล็กๆ บริเวณโคนขาและน่องของคุณแม่โป่งพองขึ้นจนเกิดเป็นเส้นเลือดขอด คุณแม่สามารถป้องกันการเกิดเส้นเลือดขอดด้วยการไม่นั่งหรือยืนห้อยขานานๆ เวลานอนควรหนุนเท้าให้สูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้เลือดไหลเวียนกลับมาที่หัวใจได้ดีขึ้น

ท้องลาย

คุณแม่อาจเริ่มมีริ้วรอยบริเวณหน้าท้องได้จากการขยายตัวของผิวหนังบริเวณหน้าท้องในขณะตั้งครรภ์ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดริ้วรอยชัดเจนขึ้น และดูแลผิวที่ขยายใหญ่ให้ชุ่มชื่นไม่แห้งตึง คุณแม่ควรทาครีมหรือโลชั่นบำรุงผิวที่มี มอยส์เจอไรเซอร์เพื่อให้ความชุ่มชื่น เลือกที่ไม่มีสารเคมีรุนแรง อ่อนโยน ปลอดภัย ปราศจากน้ำหอม เพื่อป้องกันผิวคุณแม่ไม่ให้แตกลายมากขึ้น และบำรุงให้ผิวชุ่มชื้นเสมอ

อาการท้องผูก

ระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่อาจท้องผูกได้จากหลายสาเหตุ เช่น อาหารมีใยอาหารน้อย ฮอร์โมนโพรเจสเทอโรน ที่มากขึ้นส่งผลกระทบต่อลำไส้จนทำให้อาหารเคลื่อนตัวผ่านลำไส้ช้าลง รวมทั้งการที่มดลูกไปกดทับลำไส้และสำไส้ใหญ่ ทำให้ลำไส้เคลื่อนไหวช้าลงจนทำให้คุณแม่ท้องผูกและไม่ขับถ่าย

การป้องกันและแก้ไขปัญหาท้องผูก

กินอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ ลื่มน้ำมากๆ เพราะจะช่วยให้อุจจาระอ่อนนุ่มและขับถ่ายได้ง่ายขึ้น หรืออาจเสริมด้วยการดื่มน้ำผลไม้บ้าง เช่น น้ำลูกพรุน

ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เช่น การเดินหรือบริหารร่างกายเบาๆ 20-30 นาทีต่อวัน จะช่วยกระตุ้นให้ลำไส้ของคุณแม่ทำงานได้ดีขึ้น

หากคุณแม่กินวิตามินต่างๆ หรือธาตุเหล็กเสริม ควรปรึกษาแพทย์ก่อนว่าสามารถกินได้หรือไม่ เพราะวิตามินและธาตุเหล็กมีส่วนทำให้ลำไส้เคลื่อนไหวช้าลง

หากท้องผูกรุนแรงควรสอบถามแพทย์ว่ายาระบายชนิดใดที่สามารถกินได้อย่างปลอดภัยระหว่างตั้งครรภ์

ขี้ร้อนและหายใจลำบาก

คุณแม่จะขี้ร้อนและเหงื่อออกง่าย เพราะต่อมไทรอยด์ต้องทำงานมากขึ้น รวมถึงขนาดของมดลูกที่ใหญ่ขึ้นเริ่มไปเบียดปอด ทำให้หายใจลำบากหรือรู้สึกหายใจหอบได้

ผิวแตก

เป็นขุย มีรอยดำ ฝ้าขึ้น มือและฝ่ามือแดงขึ้นกว่าปกติ เพราะเลือดที่มาเลี้ยงร่างกายที่เพิ่มขึ้นขณะตั้งครรภ์ ร่วมกับฮอร์โมนที่เพิ่มขึน ส่งผลให้ผิวแห้งแ อักเสบ หรือระคายเคืองได้ง่าย คุณแม่จึงควรหมั่นดูแลบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ รวมถึงทาครีมกันแดดที่มีส่วนผสมอ่อนโยนทุกวันสม่ำเสมอเพื่อปกป้องผิวจากแสงแดดและความแห้งกร้าน

ปวดแปลบริเวณหน้าท้องช่วงล่าง

มีอาการปวดด้านใดด้านหนึ่งหรือทั้งสองข้างเมื่อเปลี่ยนอิรยาบถ เนื่องจากการเปลี่ยนท่าทางเร็วๆ อาจทำให้คุณแม่รู้สึกเจ็บ อึดอัด เพราะเมื่อคุณแม่เคลื่อนไหวจะส่งผลทำให้ลูกน้อยน้ำคร่ำ และอวัยวะต่างๆ เคลื่อนตามไปด้วย จึงอาจมีอาการจุกเสียด เข๋ลแปลบได้บ้าง

ยอดมดลูกสูง

หน้าท้องขยายใหญ่ขึ้น ตอนนี้ยอดมดลูกของคุณแม่ท้องอยู่สูงกว่าสะดือครึ่งนิ้วแล้ว รวมทั้งหน้าท้องก็ใหญ่ขึ้น ทำให้คุณแม่ต้องแบกรับน้ำหนักท้องที่มากขึน จึงควรระมัดระวังการเปลี่ยนอิริยาบถต่างๆ โดยค่อยๆ ลุกยืน ลุกจากที่นอน ลุกจากที่นั่ง เพื่อป้องกันการส้มและหน้ามือ

สดชื่นแจ่มใสมากขึ้น

เพราะอาการไม่สบอารมณ์ต่างๆ จากความอ่อนเพลียเข้าห้องน้ำบ่อย หรือแพ้ท้องก็ลดน้อยลงแล้ว ทำให้คุณแม่รู้สึกกระปรี้กระเปร่า มีพลังขึ้น

แสบร้อนกลางอก

อาการแสบร้อนกลางอกจากกรดไหลย้อนนั้นถือเป็นผลข้างเคียงมากจากการตั้งครรภ์ โดยเกิดการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกายอย่างรวดเร็วแบบไม่ยั้ง ทำให้หูรูดบริเวณกระเพาะอาหารและหลอดอาหารคลายตัวมากกว่าปกติ กรดจึงไหลย้อนกลับขึ้นไปนั่นเอง

แสบร้อนกลางอกป้องกันได้ด้วย

จัดตารางอาหารใหม่ จากที่กินอาหารสัก 3มื้อต่อวัน ลองเปลี่ยนมาแบ่งย่อยๆ เป็น 5 มื้อต่อวันแทน โดยแทรกมื้ออาหารว่างเข้าไปเป็นเช้า สาย เที่ยง บ่าย เย็น และเฉลี่ยปริมาณอาหารแต่ละมื้อให้พอดี ไม่มากหรือน้อยเกินไป โดยเฉพาะมื้อเย็นไม่ควรจัดหนักหรือกินแล้วนอนเลย ห้ามเด็ดขาด

หนุนหมอนสูง ใช้ตามกฎแรงโน้มถ่วงเลย เพราะการนอนหมอนให้สูงจะช่วยให้กรดไหลขึ้นมาน้อยลง

หลีกเลี่ยงอาหารบางชนิด โดยเฉพาะอาหารเป็นกรด มีรสเปรี้ยวรสเผ็ดจัด และอาหารมันๆ

กินช้าๆ เคี้ยวละเอียดๆ ทำให้อาหารย่อยได้ง่ายขึ้น

ระวังน้ำดื่ม คือ อย่าดื่มน้ำคำข้าวคำ นอกจากจะทำให้จุกและท้องอืดแล้ว ยังกระตุ้นให้เกิดกรดไหลย้อนได้ด้วย อาการกรดไหลย้อนของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ข้อแนะนำที่กล่าวมาเป็นเพียงเบื้องต้นเท่านั้น