คุณแม่ตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 10-14 สัปดาห์ มีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง

คุณแม่ท้องน้ำหนักตัวเริ่มเพิ่มขึ้น

คุณแม่ท้องจะเริ่มสังเกตได้ว่าน้ำหนักเพิ่มขึ้น กรณีที่ไม่แพ้ท้องมากจนกินอะไรไม่ได้ โดยอาจจะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นนิดหน่อย ประมาณ 0.5-1 กิโลกรัม นอกจากนี้ ระบบการทำงานต่างๆ ในร่างกายคุณแม่ที่หล่อเลี้ยงลูกน้อยก็มีการเติบโตอย่างรวดเร็วตามไปด้วย

แม่ท้องรอบเอวหนาขึ้น

ด้วยขนาดของท้องที่ขยายใหญ่ขึ้นและรอบเอวก็หนาขึ้น และรู้สึกหน่วงๆ บริเวณกระเพาะปัสสาวะ อาจมีอาการเจ็บแปลบที่หน้าท้องและหัวหน่าว เนื่องจากเส้นเอ็นที่ยึดมดลูกตึงตัว

แม่ท้องมีอาการแพ้ท้องลดลง

ในช่วงนี้ฮอร์โมนของคุณแม่ท้องเริ่มคงที่ ทำให้อาการแพ้ท้องลดลงด้วย

แม่ท้องผิดหนังก็มีการเปลี่ยนแปลง

แม่ท้องบางคนอาจมีกระขึ้น หรือที่มีอยู่แล้วก็ชัดเจนขึ้น รวมถึงมีเส้นสีดำขึ้นกลางหน้าท้องยาวไปถึงบริเวณกระดูกหัวหน่าว

แม่ท้องหน้าอกเริ่มขยาย

จะรู้สึกเจ็บคัดเต้านม เพราะเต้านมเริ่มมีการเตรียมสร้างท่อน้ำนมและลานนมก็มีสีเข้มขึ้น

แม่ท้องเริ่มเป็นเส้นเลือดขอด

เพราะร่างกายแม่ท้องต้องสูบฉีดเลือดเพื่อไปเลี้ยงลูกน้อยมากขึ้น ทำให้เกิดเส้นเลือดขอดที่ขาได้ แก้ไขโดยการเดินบ่อยๆ

แม่ท้องมีอาการตกขาวเพิ่มมากขึ้น

เพื่อช่วยป้องกันการติดเชื้อในช่องคลอดและอวัยวะเพศ

แม่ท้องยอดมดลูกโตขึ้น

ในช่วงนี้หากคุณหมอให้คลำมดลูกคุณแม่ จะพบว่ายอดมดลูกของคุณแม่เริ่มโตขึ้น ปริ่มอยู่บริเวณหัวหน่าว ทำให้คุณแม่มั่นใจได้ว่ากำลังตั้งครรภ์มีลูกน้อยสมใจแน่นอนค่ะ

มีอาการท้องอืด มีแก๊ส

สาเหตุหลักๆ มาจากฮอร์โมนของคุณแม่ที่ส่งผลให้ระบบย่อยทำงานช้าลงจนมีแก๊สในท้องเพิ่มมากขึ้น กลไกปกติของร่างกายจึงต้องกำจัดออกด้วยการเรอและการผายลม นอกจากนี้ขนาดมดลูกที่ใหญ่ขึ้นจะไปเบียดอวัยวะ เช่น ลำไส้และกระเพาะอาหาร ทำให้ย่อยอาหารได้ช้าจนเกิดอาการท้องอืด วิธีบรรเทาอาการท้องอืดของแม่ท้องคือการออกกำลังกาย เพราะจะช่วยให้ระบย่อยทำงานดีขึ้น เลือกกินอาหารย่อยง่าย ใยอาหารสูง และไม่ก่อนให้เกิดแก๊ส อาหารที่ควรเลี่ยง เช่น หอมหัวใหญ่ ผักกาด ดอกกะหล่ำ ของทอด อาหารที่ใส่ซอสปรุงรสเยอะๆ ขนมหวาน น้ำโซดา นม เป็นต้น ไม่ควรกินอาหารต่อมื้อมากเกินไป ควรแบ่งเป็นมื้อย่อยๆ ค่อยๆ กิน ค่อยๆ เคี้ยว เพราะการรีบเคี้ยวรีบกลือนจะเป็นการเปิดทางให้ลมเข้าไปในร่างกายเรามากขึ้น

แม่ท้องมีอาการปวดหัว

คุณแม่ท้องอาจมีอาการปวดหัวและเวียนหัวได้บ้าง ซึ่งไม่ใช่อาการร้ายแรง ยกเว้นอาการปวดหัวรุนแรง สาเหตุเกิดมาจากการทำงานของฮอร์โมนบางตัวร่วมกับความเครียด ความอ่อนล้าทางกายและใจ การพักผ่อนไม่เพียงพอ ความดันโลหิตที่เพิ่มขึ้น น้ำตาลในเลือดต่ำ และร่างกายขาดน้ำ

วิธีบรรเทาอาการปวดหัวของแม่ท้อง

หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการ เช่น พักผ่อนน้อย กินอาหารไม่ตรงเวลา กื่มน้ำน้อย ท่ายืน เดิน นั่ง ไม่ถูกต้อง ไม่ออกกำลังกาย หากมีอาการปวดหัวให้หามุมสงบ แสงไฟไม่จ้า อุณหภูมิพอเหมาะ นั่งหรือนอนพักสักพัก พร้อมประคบเย็นบริเวณหน้าผาก เบ้าตา หรือท้ายทอย ประมาณ 20 นาที โดยเฉพาะการปวดหัวจากความเครียดและไมเกรน หากมาจากไซนัสอักเสบให้ประคบร้อนสลับเย็นบริเวณที่ปวดครั้งละ 30 วินาที

เพื่อป้องกันอาการน้ำตาลในเลือดต่ำควรแบ่งกินเป็นมื้อย่อยๆ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูงอย่างเบเกอรี่ น้ำอัดลม ลูกอม แต่ควรเลือกเป็นผลไม้ แครกเกอร์ หรือโยเกิร์ตแทน รวมทั้งอาจใช้วิธีการนวดผ่อนคลายบริเวณไหล่และคอ ก็ช่วยบรรเทาอาการปวดหัวได้ดีขึ้น

เตือนคุณแม่ หากคุณแม่มีอาการปวดหัวรุนแรงหรือมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น อาเจียน มองภาพไม่ชัด หรือมีอาการผิดปกติใดๆ ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

แม่ท้องต้องระวัง ภาวะแท้งคุกคาม

นั่นคือ อาการเลือดออกผิดปกติในช่วงตั้งครรภ์ 3 เดือนแรก (สัปดาห์แรกจนถึง 12-14 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์) ซึ่งหากคุณแม่สังเกตว่ามีเลือดออกมา แม้จะเพียงเล็กน้อย ก็อาจจะเกิดจากการตั้งครรภ์ที่ผิดปกติ เช่น การตั้งครรภ์นอกมดลูก และอืนๆ ได้ จึงควรรีบไปพบแพทย์ทันที