แม่ท้อง คลอดฟรีมีอยู่จริงหรือเปล่า?

ในการเลือกใช้สิทธิ์เบิกค่าคลอดบุตรต่อครั้งให้เลือกใช้สิทธิของคุณแม่ หรือคุณพ่อคนเดียวเท่านั้น จะใช้ซ้ำกันไม่ได้ โดยสามารถเลือกใช้บริการโรงพยาบาลใดก็ได้ และสามารถเบิกค่าคลอได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง โดยไม่จำเป็นต้องเป็นโรงพยาบาลที่คุณแม่ใช้สิทธิประกันสังคม ส่วนกรณีที่คุณพ่อหรือคุณแม่ลาออกก็ยังสามารถใช้สิทธิ์จากประกันสังคมได้ภายใน 6 เดือน ซึ่งหากคลอดลูกภายในช่วงเวลาดังกล่าวยังสามารถเบิกค่าคลอดได้ (แต่สำหรับบุตรคนที่ 3 จะไม่ได้สิทธิค่าชดเชยค่าจ้างจากการหยุดงาน)

สิทธิประกันสังคม

จะได้รับค่าคลอดบุตรแบบเหมาจ่ายครั้งละ 13,000 บาท แต่มีเงื่อนไขว่าต้องสำรองจ่ายไปก่อน แล้วจึงทำเรื่องเบิกทีหลัง ทั้งนี้ภายใน 15 เดือนจึงจะได้สิทธิ ซึ่งสิทธิที่กล่าวมานั้น ได้แก่ ค่าคลอดบุตร ค่าชดเชยค่าจ้างจาการหยุดงานในอัตราร้อยละ 50 เป็นเวลา 90 วัน และค่าสงเคราะห์บุตร

สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า

หรือบัตรทอง 30 บาท ก็สามารถใช้สิทธิได้ทั้งการฝากครรภ์และการคลอดบุตร โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง หากคุณแม่มีสิทธิบัตรทอง คุณพ่อมีสิทธิประกันสังคม สามารถใช้สิทธิของคุณพ่อเบิกค่าคลอดบุตรได้ แต่ทั้งนี้บัตรทองจะไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้เกิดจากข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ เช่น การอัลตราซาวนด์ดูเพศบุตร เป็นต้น ฉะนั้นอย่าลืมตรวจสอบสิทธิและรายละเอียดต่างๆ ของโรงพยาบาลที่ไปเข้ารับการรักษาก่อนทุกครั้ง เพราะจะช่วยบรรเทาและลดภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ลงได้ไม่มากก็น้อย

ถึงตรงนี้แล้ว หากยังนึกไม่ออกว่าการตั้งครรภ์ลูก 1 คน ค่าใช้จ่ายตั้งแต่ตั้งครรภ์ ไปจนคลอดลูกนั้นต้องมีเงินในบัญชีอย่างน้อยเท่าไหร ขอสรุปดังนี้

คลอดโรงพยาบาล รัฐบาล ต้องเตรียมเงินออมไว้ประมาณ 30,000 – 50,000 บาท

คลอดโรงพยาบาล เอกชน ต้องเตรียมเงินออมไว้ประมาณ 80,000 – 150,000 บาท

ค่าใช้จ่ายต่างๆ อาจเพิ่มขึ้นได้ตามปัจจัยอื่นที่ไม่คาดคิด เช่น ค่ารักษาพยาบาลกรณีป่ายฉุกเฉินหรือมีภาวะแทรกซ้อน ค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ค่ารถ ค่าน้ำมัน จากบ้านไปโรงพยาบาล ค่าข้าวของเครื่องใช้สำหรับการตั้งครรภ์และหลังคลอดลูก

ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือ วางแผนการเงินและลงมือออมเงินเสียตั้งแต่วันแรกที่แต่งงาน เพราะการมีลูกหนึ่งคน นอกจากให้ความรักความอบอุ่นแล้ว คุณพ่อคุณแม่ยังต้องใช้เงินเลี้ยงดูเขาตั้งแต่วันแรกที่อยู่ในห้อง ไปจนเขาเรียนจบเลยละ