ทำความรู้จัก การฝากไข่ เตรียมพร้อมไว้ก่อนท้อง

หลายๆ ท่านคงเคยได้ยินเรื่องการฝากไข่กันมาบ้าง แล้วเคยสงสัยกันบ้างหรือไม่ว่า ทำไมผู้หญิงยุคใหม่นี้ถึงมีความคิดที่จะฝากหรือเก็บไข่ แล้วจะนำมาใช้ได้จริงหรือ เราจึงขอนำความรู้รื่องดีๆ ที่มีประโยชน์นี้มาอธิบายให้เข้าใจกัน เพื่อคุณผู้หญิงที่วางแผนฝากไข่จะได้เตรียมตัวเตรียมใจฝากไข่และวางแผนตั้งครรภ์ได้สมใจกันทุกคน

การฝากไข่ คือการที่ผู้หญิงสามารถเก็บเซลล์สืบพันธุ์หรือที่เรียกว่า ไข่ มาฝากหรือแช่แข็งเอาไว้ก่อนเพื่อนำไปใช้ในการมีบุตรในวันข้างหน้า เนื่องจากเหตุผลที่ว่า ความสมบูรณ์ของเซล์สืบพันธุ์ในผู้หญิงหรือไข่จะลดลงไปตามอายุที่มากขึ้น เมื่อผู้หญิงมีอายุมากขึ้น มีไข่ที่ไม่สมบูรณ์จะทำให้มีปัญหาเรื่องการมีลูกยากตามมา ฉะนั้นการฝากหรือเก็บไข่จึงเป็นวิธีการที่ช่วยให้ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ในขณะที่ยังไม่พร้อมจะมีครอบครัว หรือมีครอบครัวแล้วแต่ยังไม่พร้อมมีลูก แทนที่จะปล่อยให้อายุล่วงเลยผ่านไปเพื่อรอวันทีพร้อม แต่ ณ วันนี้ในเวลาที่อายุยังไม่มากก็สามารถฝากหรือเก็บไข่ไว้ก่อนตอนอายุปัจจุบันได้ เช่น ตอนนี้อายุ 31 ปี เราก็เก็บไข่ทีมีคุณภาพคงไว้ตอนอายุ 31 ปี และเมื่อถึงเวลาที่พร้อมจะมีครอบครัวหรือมีลูก เช่น อายุ 38-39 ปี ก็สามารถนำไข่ที่เก็บไว้เมื่ออายุ 31 ปีนั้นมาใช้เพื่อให้มีลูกได้เมื่อต้องการ

การฝากไข่ถือเป็นการประกันความเสี่ยงของการมีลูกในอนาคต เพราะไม่มีใครรู้อนาคตได้ว่า ต่อไปเราจะพร้อมมีลูกเมื่ออายุเท่าไร มีลูกได้อีกหรือไม่ การไม่ได้ฝากไข่ไว้ตอนร่างกายแข็งรงสมบูรณ์ คุณภาพของไข่ในร่างกายผู้หญิงจะเสื่อมถอยและลดจำนวนลงไปเรื่อยๆ ตามอายุ ส่งผลต่อการมีลูกยาก และอื่นๆ

กฎหมายในประเทศไทยอนุญาตให้เก็บหรือฝากไข่ได้ใน 2 กรณีดังนี้

  1. ฝากหรือเก็บไข่ไว้ล่วงหน้าได้ในกรณีที่ป่วยเป็นโรค ซึ่งอาจมีการรักษาโรคที่ส่งผลกระทบต่อรังไข่ เช่น ในผู้หญิงที่เป็นโรคมะเร็ง โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องที่จำเป็นต้องให้ยาในการรักษา ซึ่งยาทั้งสองกลุ่มนี้บางชนิดส่งผลทำลายรังไข่ได้ การเก็บไข่ตัวเองไว้ก่อนรักษาโรคจะทำให้ผู้ป่ายไม่เสียโอกาสในการมีลูกในอนาคต
  2. ฝากไข่ไว้ใช้กับตัวเองได้เท่านั้น กฎหมายเมืองไทยอนุญาตให้ผู้หญิงที่ไม่ได้เป็นโรคแต่ต้องการเก็บไข่ไว้ได้ แต่ต้องเก็บไว้เพื่อใช้ในอนาคตกับตัวเองเท่านั้น ไม่สามารถใช้กับคนอื่นได้ เมื่อต้องการนำไข่ที่เก็บไว้มาใช้ หญิงผู้นั้นจะต้องแต่งงานมีครอบครัวที่ถูกต้องตามกฏหมาย จึงจะนำไข่ที่แช่แข็งมาละลาย เพื่อผสมกับอสุจิจากสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น ไม่อนุญาตให้เก็บไข่ตัวเองเพื่อนำไปใช้ในการอื่นๆ เช่น บริจาคให้ญาติหรือพี่น้องที่มีลูกไม่ได้

รู้ถึงขั้นตอนการฝากไข่

ซึ่งหลังจากแพทย์ซักประวัติและอื่นๆ แล้วนั้น ก็จะเป็นกระบวนการใช้ยาเพื่อกระตุ้นไข่ และเมื่อใช้ยาทำให้ไข่ตกแล้วแพทย์จะนัดมาดูดไข่ โดยจะมีการเจาะเลือดและตรวจอัลตราซาวนด์ดูว่ามีไข่ในรังไข่ที่โตพอและพร้อมจะสุกเพื่อนำมาใช้ได้แล้ว แพทย์ก็จะเริ่มกระบวนการดูดไข่จากรังไข่ของคุณผู้หญิงต่อไป หลังจากแพทย์ดูดไข่ออกมาแล้วก็จะนำไปเก็บหรือฝากไว้เพื่อคงอายุและคุณภาพของไข่ ณ ตอนนั้นของคุณผู้หญิงเพื่อนำมาใช้ในอนาคต

ฝากไข่ คือการเก็บไข่แช่แข็งไว้

หลังจากที่แพทย์ได้ไข่มาจากร่างกายคุณผู้หญิงแล้วก็จะนำไข่ที่ได้มานั้นเก็บแช่แข็งไว้ในตู้เย็นชนิดพิเศษหรือไนโตรเจนเหลวที่อุณหภูมิต่ำมากประมาณ -70 ถึง -100 องศาเซลเซียส เพื่อรักษาคุณภาพของไข่ไว้ไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลง คือ จะหยุดอายุและคุณภาพไว้จนกว่าจะถึงเวลาที่คุณผู้หญิงพร้อมที่จะนำไข่นั้นออกมาใช้จริงๆ

เมื่อต้องการนำไข่มาใช้โดยต้องแสดงเอกสารทางกฎหมายการจดทะเบียนสมรส แพทย์จะมีกระบวนการละลายไข่ที่แช่แข็งออกมาในห้องทดลอง แล้วใช้เทคโนโลยี เช่น ไอวีเอฟ หรืออิ๊กซี่ นำอสุจิของสามีมาผสมกับไข่จนเกิดเป็นตัวอ่อน และนำตัวอ่อนนั้นใส่เข้าไปในมดลูกเพื่อให้คุณผู้หญิงได้ตั้งครรภ์ตามปรารถนา ลดความเสี่ยงและความกังวลเกี่ยวกับปัญหาความไม่สมบูรณ์หรือความผิดปกติของลูกน้อยในครรภ์ได้ค่อนข้างมาก เนื่องจากไข่ที่ฝากไว้เป็นไข่ที่มีคุณภาพในช่วงที่ผู้หญิงยังมีอายุไม่มากนั่นเอง