เทคโนโลยีช่วยตั้งครรภ์ สำหรับผู้ที่มีลูกยาก

ในคุ่สมรสที่พยายามใช้วิธีธรรมชาติในการมีลูกมานานแต่ก็ยังไม่สำเร็จอาจต้องปรึกษาแพทย์ถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยให้มีลูกน้อยในรูปแบบต่างๆ

การฉีดเชื้อเพื่อช่วยในการตั้งครรภ์

สำหรับคู่ที่ใช้วิธีทางธรรมชาติมานาน แต่ไม่สำเร็จ และภรรยาไข่ตกไม่สม่ำเสมอแต่สามีมีอสุจิสมบูรณ์ดีระดับหนึ่ง ขั้นแรกทางแพทย์อาจเริ่มใช้วิธีการช่วยให้มีลูกด้วยการให้ยากินหรือยาฉีดเพื่อช่วยในการตกไข่และทำให้ไข่นั้นสมบูรณ์ขึ้น ซึ่งจะช่วยให้แพทย์พอประเมินได้ว่าไข่จะสุกวันไหนและนัดมาตรวจอัลตราซาวนด์ เมื่อรู้วันตกไข่หรือไข่สุกที่แน่ชัดก็จะแนะนำให้มีเพศสัมพันธ์ แต่เพื่อความมั่นใจว่าจะมีลูกน้อยได้หรือมีแนวโน้มว่ามีลูกยากยาก วิธีแรกที่แนะนำคือการฉีดเชื้อ (Intrauterine Insemination) นั่นคือ เมื่อภรรยาถูกกระตุ้นรังไข่ด้วยยา แพทย์จะช่วยด้วยการนำน้ำเชื้อสามีมาโดยคัดเฉพาะเชื้อที่มีความแข็งแรงสมบูรณ์เต็มที่ไปฉีด หรืออาจเรียกง่ายๆ ว่าหยอดในร่างกายภรรยาให้ใกล้ไข่ในจังหวะที่ไข่สุกพอดี เพราะหากอสิต้องเดินทางเอง ระยะทางจะไกลมากกว่าจะถึงไข่

ดังนั้นการฉีดเชื้อคือการช่วยย่นระยะทางเพื่อส่งเชื้อให้เข้าไปใกล้ๆ ไข่ได้ง่ายขึน เร็วขึ้น แต่วิธีนี้อสุจิของสามีจะต้องวิ่งไปผสมกับไข่เอง ออกแรงทะลุเปลือกไข่เข้าไปปฏิสนธิเอง จึงจะมีลูกได้สำเร็จ

ข้อจำกัดของการฉีดเชื้อ

การฉีดเชื้อให้สำเร็จได้ น้ำเชื้อจะต้องมีความแข็งแรงสมบูรณ์ มีเชื้ออสุจิจำนวนมากพอ คือ เมื่อแพทย์คัดเชื้อแล้ว เชื้ออสุจิที่คัดได้ควรมีอยู่ถึง 1 ล้านตัวขึ้นไป ซึ่งในผู้ชายบางคนก่อนคัดเชื้อยังมีอสุจิไม่มากพอหรือมีไม่ถึงล้าน ก็ไม่เหมาะที่จะใช้วิธีฉีดเชื้อนี้ เพราะเชื้อที่ได้มีน้อยเกินไป นอกจากนี้ทางฝั่งคุณภรรยาเองก็ต้องมีความสมบูรณ์ของปีกมดลูก ท่อนำไข่ ซึ่งเป็นทางที่จะทำให้อสุจิเดินทางไปหาไข่ได้สำเร็จ ดังนันหากปีกมดลูกของคุณผู้หญิงเคยเสียหาย ผ่านการผ่าตัดหรืออื่นๆ มาวิธีการช่วยให้มีลูกด้วยการฉีดเชื้ออาจไม่สำเร็จ

การทำไอวีเอฟ

เมื่อวิธีการฉีดเชื้อไม่เหมาะสมกับคู่สมรสบางคู่ เช่น คุณผู้ชายมีน้ำเชื้อที่ไม่สมบูรณ์หรือมีจำนวนน้อย แพทย์จึงอาจต้องแนะนำให้เปลี่ยนวิธีการช่วยมีลูกโดยให้อสุจิไปเจอกับไข่ได้ง่ายขึ้น อธิบายง่ายๆ คือ จากเดิมเราฉีดเชื้ออสุจิไว้กลางทางเพื่อให้วิ่งไปหาและเจาะไข่เอง แต่ตัวอสุจิที่ทได้สำเร็จต้องแข็งแรง มีจำนวนมาก ในฝั่งภรรยาคือ ท่อที่จะพาไข่ไปหาอสุจิต้องสมบูรณ์ดี ตัวไข่ก็ต้องสมบูรณ์ดี แต่ในกรณีที่ทั้งคู่หรือฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีข้อจำกัด เราก็ต้องเปลี่ยนวิธีเพราะไม่เช่นนั้นไข่กับอสุจิจะไม่ได้เจอกัน และเกิดการปฏิสนธิ อีกวิธีการที่เราใช้คือ ไอวีเอฟ (IVF : In Vitro Fertilization) เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้มีลูกโดยการเปลี่ยนจุดที่จะนำตัวอสุจิไปถึงไข่ นั่นคือแพทย์จะใช้วิธีการกระตุ้นให้คุณผู้หญิงมีไข่ตก และช่วยนำพาอสุจิไปปล่อยใกล้ไข่ให้มากที่สุด แต่ตัวอสุจิต้องเข้าไปเจาะและผสมกับไข่เอง ต้องทำงานขั้นตอนสุดท้ายเอง คือ ต้องเจาะเปลือกไข่เข้าไปเพื่อให้เกิดกระบวนการปฏิสนธิจึงจะมีลูกได้สำเร็จ

การทำอิ๊กซี่ ช่วยให้มีลูกง่ายขึ้น

การทำอิ๊กซี่ (ICSI : Intracytoplasmic Sperm Injection) เป็นอีกวิธีช่วนในการมีลูกที่นิยมใช้ในปัจจุบัน โดยใช้วิธีการที่ซับซ้อนมากขึ้น คือ จากการทำไอวีเอฟ ที่ช่วยให้เชื้ออสุจิ เพียงแค่เข้าใกล้ไข่ แต่เชื้อจะต้องมีพลังวิ่งไปเจาะเปลือกไข่และเข้าไปปฏิสนธิเอง แต่การทำอิ๊กซี่ สูติแพทย์จะเลือกเชื้ออสุจิที่ดีที่สุดแล้วเจาะใส่เข้าไปในไข่เลย โดยที่สเปิร์มไม่ต้องออกแรงเจาะเอง

แต่เทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์จะช่วยคู่สามีภรรยาได้เพียงเท่านี้ คือให้อสุจิเข้าไปอยู่ในไข่ได้เท่านั้น ยังไม่สามารถบังคับธรรมชาติให้เขาเกิดการปฏิสนธิกันได้ สเปิร์มต้องปฏิสนธิกับไข่เป็นตัวอ่อนเอง กระบวนการทางการแพทย์ทั้งหมดเพียงแค่ช่วยเหลือและเอื้อเฟื้อให้ทุกอย่างอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม แต่ไม่สามารถควบคุมจัดการให้ผสมกันได้

ไอวีเอฟและอิกซี่ใช้วิธีเก็บใข่เหมือนกัน

การเริ่มต้นเพื่อให้ได้ไข่ของการทำไอวีเอฟลอิ๊กซี่จะไม่ต่างกัน คือจะเริ่มจากขั้นตอนกระตุ้นให้ได้ไข่จากคุณผู้หญิงและเตรียมไข่ก่อนพอได้ไข่ที่พร้อมจะเข้าสู่ขั้นตอนการเก็บไข่โยใช้เข็มดูดจาทางช่องคลอด เมื่อได้ไข่ออกมาแล้วจจึงเลือกทำขั้นตอนต่อไปว่าจะนำสเปิร์มไปใส่ข้างๆ ไข่ให้ผสมเองในแบบไอวีเอฟ หรือช่วยให้สเปิร์มเจาะเข้าไปในไข่เองแบบอิ๊กซี่ ซึ่งแพทย์จะทำกระบวนการดังกล่างในห้องทดลองต่อไป

หากทำไอวีเอวและอิ๊กซี่ แล้วมีการปฏิสนธิเกิดขึ้น กระบวนการทางการแพทย์จะทำการเลี้ยงตัวอ่อนประมาณ 2-3 วัน เมื่อแข็งแรงดีแล้วจะนำตัวอ่อนนี้ไปหยอดใส่ในมดลูกให้คุณผู้หญิงในจุดที่ตัวอ่อนควรจะฝังซึ่งหากตัวอ่อนฝังตัวดีก็จะเกิดการตั้งครรภ์ แต่หากตัวอ่อนที่ไปหยอดไม่ฝังในมดลูกก็ป็นสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้ ต้องศึกษาหาสาเหตุเพื่อช่วยเหลือหรือแก้ไขกันต่อไปเพราะการที่ตัวอ่อนจะฝังในมดลูกและตัวของคุณแม่ที่ต้องมีความพร้อมอย่างเหมาะสมจึงจะเกิดการฝังหรือตั้งครรภ์เป็นผลสำเร็จ

การทำบลาสโตซีสต์ ดูแลตัวอ่อนให้พร้อม

บลาสโตซีสต์ (Blastocyst Culture) เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้มีลูกหรือช่วยแก้ปัญหาคู่สมรสที่มีบุตรยาก โดยมีวิธีการหรือขั้นตอนตั้งต้นคล่ายการำไอวีเอฟ และอิ๊กซี่ คือ เริ่มจากการกระตุ้นไข่ในผู้หญิง เมื่อไข่พร้อมและจะเก็บไข่ จากนั้นอาจใช้วิธีช่วยให้สเปิร์มเจาะไข่หรือให้สเปิร์มเกิดการปฏิสนธิกันเอง ซึ่งสิ่งที่แตกต่างจากไอวีเอฟและอิ๊กซี่คือ ช่วงเวลาการเลี้ยงตัวอ่อนในห้องปฏิบัติการประมาณ 2-3 วัน เมื่อเห็นว่าสมบูรณ์ดีก็จะนำตัวอ่อนนี้กลับไปหยอดใส่ในมดลูกเพื่อให้ฝังตัวและเกิดการตั้งครรภ์ แต่การทำบลาสโตซิสต์จะเลี้ยงตัวอ่อนต่อไปให้นานขึ้นอีกประมาณ 2-3 วัน (รวมเป็น 4-5 วัน) วิธีนี้คือ การให้ตัวอ่อนโตขึ้นมาในระยะที่เรียกว่า บลาสโตซิสต์ ซึ่งเป็นการเรียกชื่อระยะการพัฒนาหรือเติบโตของตัวอ่อนในจุดหนึ่ง โดยบลาสโตซิสต์ตัวอ่อนจะอยู่ในความดูแลของหมอประมาณ 5 วัน แล้วจึงนำไปใส่ให้อยู่ในร่างกายคุณแม่ต่อไป ซึ่งในบางทฤษฏีจะพบว่าสามารถดูแลให้ตัวอ่อนแข็งแรง สมบูรณ์มากยิ่งขึ้นก่อนที่จะให้ไปอยู่ในมดลูกคุณแม่ อย่างไรก็ตาม วิธีการต่างๆ ที่มีข้อจำกัดบางอย่างอยู่ แพทย์จึงต้องวินิจฉัยถึงความเหมาะสมก่อนที่จะทำแต่ละวิธีเสมอ ข้อดีของการทำบลาสโตซิสต์คือ หมอจะได้เห็นศักยภาพของเด็กหรือตัวอ่อนที่จะโตต่อไปอีกระยะเวลาหนึ่งจนมาถึงระยะบลาสโตซิสต์ ซึ่งจะเป็นช่วงที่มีความสมบูรณ์ค่อนข้างมาก เนื่องจากในบางครั้งการที่ตัวอ่อนเติบโตได้อายุ 2-3 วันอาจจะบอกได้ยากว่า เขาจะโตต่อไปจนแข็งแรงสมบูรณ์ดีเต็ที่แค่ไหน แต่การทีเราเลี้ยงตัวอ่อนให้นานขึ้น จะสังเกตและรู้ว่าเขาจะหยุดเจริญเติบโตหรือเปล่า ดังนั้นบลาสโตซิสต์จึงมีข้อดีกว่าวิธีอื่นๆ ในแง่ที่เราจะได้เห็นการเติบโตสมบูรณ์ของตัวอ่อนได้มากขึ้น

การตั้งครรภ์จะสำเร็จขึ้นได้ตัวอ่อนจำเป็นต้องฝังในมดลูกและเติบโตต่อไป แต่หากตัวอ่อนไม่ฝังในมดลูก หรือที่เรียกว่า หลุด ก็เป็นสิ่งที่เทคนิคทางการแพทย์ควบคุมไม่ได้ ต้องหาสาเหตุเพื่อป้องกันและแก้ไขกันต่อไป

ยุคสมัยนี้ไม่มีการทำกิฟต์

การทำกิฟต์ (GIFT : Gamete Intrafallopian Transfer) ไม่นิยมทำและเลิกทำกันมานานแล้ว เพราะวิธีการำกิฟต์ต้องมีการผ่าตัดผ่านทางหน้าท้องเพื่อนำไข่และอสุจิเข้าไปในท่อนำไข่ ทำให้คุณผู้หญิงเจ็บตัวมากและมีขั้นตอนยุ่งยาก ซึ่งปัจจุบันห้องปฏิบัติการต่างๆ มีความทันสมัย แม่นยำ และได้ผลดี จึงไม่นิยมทำกิฟต์ และเปลี่ยนาทำไอวีเอฟ อี๊กซี่ และบลาสโตซิสต์กันมากขึน