หลังคลอดลูกฝากสเต็มเซลล์ไว้ให้ลูกดีไหม

ในระหว่างที่เราตั้งครรภ์อยู่นั้น เรามักได้ยินคำว่าสเต็มเซลล์กันอย่างมาก ดังนั้นคำถามยอดฮิตที่ทำให้ต้องครุ่นคิดอย่างหนักคือ สเต็มเซลล์คืออะไร เราจะเก็บสเต็มเซลล์ดีไหม ขั้นตอนเป็นอย่างไร ราคาแพงไหม และท้ายที่สุดแล้วคุ้มหรือเปล่า เราจึงขออธิบายเรื่องนี้ให้ได้เข้าใจกัน

สเต็มเซลล์ คืออะไร

สเต็มเซลล์เป็นเซลล์ที่ไม่จำเพาะ มีคุณสมบัติพิเศษในการแบ่งตัวเป็นเนื้อเยื่อชนิดต่างๆ ของร่างกาย เช่น เลือด ฟันน้ำนม ผิวหนัง เป็นต้น สเต็มเซลล์พบได้ในสายสะดือเลือด และไขกระดูก โดยสเต็มเซลล์แบ่งเป็น 2 ชนิด ดังนี้

  1. สเต็มเซลล์จากตัวอ่อน เก็บจากตัวอ่อนของมนุษย์หรือสัตว์ที่ยังอยู่ในครรภ์ ในระยะแรกของชีวิต มีอายุ 3-5 วัน แต่มีความสามารถในการพัฒนาไปเป็นเซลล์อื่นๆ สูงมาก แต่การนำสเต็มเซลล์ในกลุ่มนี้มาใช้ยังมีข้อถกเถียงกันในด้านศิลธรรม และจริยธรรมอยู่ จึงอาจมีการนำมาใช้ในกรณีเฉพาะที่มีข้อบ่งชี้ชัดเจนเท่านั้น
  2. สเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อที่โตเต็มวัย เช่น ไขกระดูก เลือดจากสายสะดือ ฟันน้ำนม ไขมัน เป็นต้น

ส่วนสเต็มเซลล์ที่ใช้รักษาโรคไดได้บ้างนั้น ปัจจุบันมีการนำสเต็มเซลล์จากเลือดสายสะดือมาใช้ในการรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือด โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง โรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันบกพร้องบางชนิด โรคไขกระดูกฝ่อ และโรคที่เกิดจากความผิดปกติของเฮโมโกลบิน เช่น ทาสัสซีเมีย และอื่นๆ ทั้งนี้เมื่อวิทยาศาสตร์ก้าวหน้ามากขึ้นอาจมีอีกหลายโรคในอนาคตที่สามารถรักษาได้ด้วยสเต็มเซลล์

การเก็บสเต็มเซลล์

การเก็บสเต็มเซลล์เพื่อลูกสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์คือ การเก็บเลือดจากสายสะดือของลูกเพื่อให้ลูกไว้ใช้ในอนาคตหากเกิดเจ็บป่วยด้วยโรคดังกล่าว สามารถนำสเต็มเซลล์มาช่วยในการรักษาได้ โดยการเก็บสเต็มเซลล์ของลูกน้อยจะเก็บในวันที่คุณแม่คลอดก่อนที่รกจะลอกตัวออกจากโพรงมดลูก (ซึ่งคุณแม่และคุณลูกจะไม่เจ็บ) โดยสเต็มเซลล์ที่เก็บได้หลังคลอดจะนำไปตรวจการติดเชื้อ การนับจำนวนเซลล์ที่เก็บได้เติมน้ำยารักษาสภาพ และนำไปแช่แข็งในชั้นไอระเหยของไนโตรเจนเหลว ซึ่งทำให้สเต็มเซลล์คงสภาพได้นานกว่า 20 ปี สำหรับสเต็มเซลล์สายสะดือเด็กมีความสมบูรณ์มาก แต่ใช้ได้เฉพาะกับเจ้าของสเต็มเซลล์เท่านั้น ส่วนการนำมาใช้ในการรักษาญาติมีเปอร์เซ็นต์เข้ากันได้เพียงประมาณร้อยละ 25 เท่านั้น

หากตัดสินใจฝากสเต็มเซลล์

ควรพิจารณาอย่างะเอียดรอบคอบและหาข้อมูลประกอบให้มากก่อนตัดสินใจ เนื่องจากปัจจุบันมีหลายบริษัทที่ให้บริการรับฝากสเต็มเซลล์ โดยปัจจัยที่ควรนำมาพิจารณาในการเลือกนั้นคือ พิจารณาบริษัทฝากสเต็มเซลล์ที่เชื่อถือได้ มีสถาบันรับรองคุณภาพ ที่ยอมรับกันทั่วโลก คือ สมาคมธนาคารเลือแห่งสหรัฐอเมริกา (AABB) ใบรับต้องไม่หมดอายุ และได้รับการรักษาสถานภาพอย่างต่อเนื่อง มีห้องปฏิบัติการและสถานที่เก็บเป็นสัดส่วน มีการควบคุมการติดเชื้อ อุปกรณ์บรรจุที่แพ็คอย่างแน่นหนา ได้รับการรับรองและมีมาตรฐานในด้านความปลอดภัยสูง ควรมีระบบเติมไนโตรเจนเหลวอัตโนมัติ คุณพ่อคุณแม่อาจขอไปดูสถานที่เก็บจริงหรืออย่างน้อยต้องเห็นรูปก่อน นอกจากนี้ควรพิจารณาความน่าเชื่อถือของบริษัท ว่ามีนักวิชาการที่มีความรู้เฉพาะด้านดูแลด้วยหรือไม่ พร้อมกับศีกษาค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ทั้งหมด

เมื่อแม่ตั้งครรภ์ตัดสินใจเลือกฝากสเต็มเซลล์

  • คุณพ่อคุณแม่ควรแจ้งสูติแพทย์และโรงพยาบาลที่คุณแม่ตั้งครรภ์วางแผนจะคลอดลูกไว้แต่เนิ่นๆ และหากสูติแพทย์ของคุณแม่ตั้งครรภ์สามารถเก็บสเต็มเซลล์ได้ (ซึ่งส่วนใหญ่สามารถทำได้) สูติแพทย์จะทำการด้วยตนเอง แต่หากไม่สามารถเก็บได้ บริษัทที่รับฝากจะมีการจัดหาเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญมาจัดเก็บสเต็มเซลล์แทน
  • ควรแจ้งชื่อโรงพยาบาลและกหนดคลอดให้บริษัททราบล่วงหน้า โดยทั่วไปบริษัทจะนำอุปกรณ์การเก็บไปไว้ที่โรงพยาบาลล่วงหน้าเผื่อกรณีที่คุณแม่จะต้องคลอดฉุกเฉิน
  • คุณพ่อคุณแม่ควรมีหมายเลขโทรศัพท์เจ้าหน้าที่บริการลูกค้าของบริษัทที่รับฝากสเต็มเซลล์ไว้ เพื่อที่จะสามารถปรึกษาเรื่องต่างๆ และแจ้งการคลอดของคุณแม่ได้ตลอดเวลา

ปัจจุบันการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการนำสเต็มเซลล์ไปใช้เพื่อรักษาโรคต่างๆ กำลังก้าวหน้า อาจมีโรคที่สามารถรักษาได้ด้วยสเต็มเซลล์เพิ่มมากขึ้นในอนาคต แต่การเก็บหรือฝากสเต็มเซลล์จากเลือดสายสือของลูกน้อยหลังคลอดยังมีราคาค่อนข้างสูง คุณพ่อคุณแม่จึงควรพิจารณาอย่างรอบคอบ