โภชนาการสำหรับการบำรุงครรภ์

แม่ท้องต้องกินอาหารเพิ่มอีกเท่าไหร่

การที่มีสิ่งมีชีวิตเล็กๆ เติบโตขึ้นมาภายในภรรค์ทำให้ว่าที่คุณแม่ต้องการสารอาหารเพิ่มมากกว่าผู้หญิงทั่วไป เริ่มตั้งแต่ปริมาณพลังงานโดยเฉลี่ยต่อวัน ซึ่งโดยปกติร่างกายของผู้หญิงที่เติบโดเต็มที่แล้วต้องการพลังงานเฉลี่ย 1,600 กิโลแคลอรี่ต่อวัน แต่เมื่อคุณแม่ตังครรภ์ควรเพิ่มปริมาณพลังงานที่ได้รับเฉลี่ยอีกวันละ 300 กิโลแคลอรี่ จากปริมาณปกติ และเมื่อถึงเวลาให้นมลูก ก็ควรเพิ่มเป็น 500 กิโลแคลอรี่ต่อวัน จากปริมาณปกติ

โดยพลังงาน 300 กิโลแคลอรี่เทียบได้กับข้าวสวย 1 จานเด็ก และกับข้าวนิดหน่อย หรือนมพร่องมันเนย 2-3 แก้วต่อวัน ซึ่งความจรงแล้วเป็นปริมาณที่ไม่มากเกินไปนัก แต่คุณแม่ส่วนใหญ่ก็ยังพบว่าตนเองมีปัญหากับเรื่องการกินและการคุมน้ำหนัก เพราะไม่แน่ใจว่าควรกินมากน้อยเพียงใด และควรให้น้ำหนักตัวขึ้นมากน้อยแค่ไหน

วิธีคำนวณดัชนีมวลกาย แม่ท้องเพิ่มน้ำหนักมากเกินไปหรือไม่

ตลอด 9 เดือน ว่าที่คุณแม่ควรเพิ่มน้ำหนักตัวขึ้นไปกี่กิโลกรัม นั้นต้องอิงจากดัชนีมวลกาย (BMI) ก่อนตั้งครรภ์ของคุณแม่ คำนวณโดยใช้สูตร น้ำหนัก (กิโลกรัม) หารด้วย ส่วนสูง (เมตร2) ค่าผลลัพที่ได้จะเที่ยบได้ดังนี้

น้อยกว่า 18.5         ผอมเกินไป

ระหว่าง 18.8-24.9  ปกติ

ระหว่าง 25-29.9     น้ำหนักเกิน

มากกว่า 30            อ้วน

คุณแม่ที่อยู่ในเกณฑ์ปกติควรเพิ่มน้ำหนักตัวระหว่างตั้งครรภ์ประมาณ 10-14 กิโลกรัม ส่วนคุณแม่ที่มีน้ำหนักเกิน หรืออ้วนควรระวังไม่ให้น้ำหนักขึ้นมากกว่า 10 กิโลกรัม ขณะที่คุณแม่ที่อยู่ในเกณฑ์ผอมเกินไปควรเพิ่มน้ำหนักประมาณ 12-18 กิโลกรัม

ทั้งนี้หากน้ำหนักระหว่างตั้งครรภ์เพิ่มมากเกินไปอาจเสียงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง รวมถึงลูกในท้องก็อาจมีแนวโน้มเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานได้ในอนาคร ฯลฯ ดังนั้นคุณแม่ที่มีค่า BMI ก่อนตั้งครรภ์ตามเกณฑ์และไม่มีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ควรเพิ่มน้ำหนักแต่ละไตรมาสตามเกณฑ์นี้

เดือนที่ 1-3 ไม่เกิน 2 กิโลกรัม คุณแม่บางรายอาจน้ำหนักลดเพราะอาการแพ้ท้อง ไม่ต้องกังวล เพราะช่วงนี้ทารกยังตัวเล็กมาก ใช้สารอาหารเพียงนิดเดียวเท่านั้น

เดือนที่ 4-8 เพิ่ม 0.5 กิโลกรัม ต่อสัปดาห์

เดือนที่ 9    ไม่ควรเพิ่มน้ำหนัก เพราะช่วงใกล้คลอดครรภ์ของคุณแม่ค่อนข้างใหญ่ ทำให้ต้องแบกน้ำหนักมากอยู่แล้ว

คุณแม่ต้องกินอาหารให้ครบ

เทคนิคการกินที่เหมาะสมกับว่าที่คุณแม่คือ แทนที่จะกินมากขึ้นใน 3 มื้อหลักควรแบ่งอาหารออกเป็นมื้อย่อยๆ 5-6 มื้อต่อวัน เพราะเมื่อครรภ์มีขนาดใหญ่ขึ้นก็จะไปเบียดกระเพาะอาหาร ทำให้รับอาหารได้น้อยลง แต่หิวบ่อยขึ้น การแบ่งมื้อย่อยนอกจากจะช่วยลดความอึดอัดแล้ว ยังทำให้สามารถเลือกกินอาหารได้หลากหลายและได้สารอาหารครบถ้วน 5 หมู่อีกด้วย