เห็ดเมา ช่วยรีเซ็ตสมองผู้ป่วยซึมเศร้า

เป็นที่ทราบกันดีว่า โรคซึมเศร้าเกิดจากสารเคมีในสมองของผู้ป่วยมีความผิดปกติในแง่ของปริมาณและการทำงาน ทำให้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามีความรู้สึก ความคิด และการแสดงออกที่แตกต่างจากบุคคลทั่วไป ในปัจจุบันโรคนี้สามารถควบคุมอาการและรักษาให้หายขาดได้

โดยทั่วไปการรักษาโรคซึมเศร้าคือการรักษาด้วยการใช้ยา อันได้แก่ ยากลุ่มต้านเศร้า (Aniti-de[ressamts) ซึ่งในปัจจุบันมีหลากหลายชนิด ยาใหม่ๆ ส่งผลให้เกิดอาการข้างเคียงดลง และมีจำนวนผู้ป่วยที่ตอบสนองต่อการรักษาเพิ่มมากขึ้น รวมถึงยากลุ่มอื่นๆ ที่นำมาใช้ร่วมกันเพื่อการรักษาภาวะซึมเศร้าในผู้ป่วยบางราย เช่น ยาคลายกังวล ยาควบคุมอารมณ์ หรือยากลุ่มต้านโรคจิต โดยแพทย์จะพิจารณาจากความเหมาะสมร่วมกับการตอบสนองต่อการรักษาที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ ควบคู่ไปกับการใช้ยาในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง ได้แก่ การทำจิตบำบัด หรือการรักษาด้วยไฟฟ้า (Electroconvulsive therapy, ECT) เป็นต้น

ล่าสุดคณะแพทย์และนักวิจัยในสหราชอาณาจักรได้ค้นพบสารออกฤทธิ์หลอนประสาทในเห็ดเมาที่สามารถปรับสารสื่อประสาทในสมองของผู้ป่วยโรคซึมเศร้ารุนแรงชนิดที่ไม่มีทางรักษาให้อาการดีขึ้นได้ นับเป็นความหวังต่อการรักษาโรคทางจิตเวชนี้ในอนาคต โดยคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอิมพีเรียลคอลเลจกรุงลอนดอน ได้ตีพิมพ์ผลการศึกษาดังกล่างในวารสารวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่มีชื่อว่า Scientific Reports ระบุว่า คณะนักวิจัยได้ทำการวิจัยในกลุ่มผู้ป่วยโรคซึมเศร้าจำนวน 19 ราย โดยได้ให้ยาซิโลซายบิน (Psilocybin) ซึ่งสกัดจากเห็ดเมาแก่ผู้ป่วยทุกคน และมีการตรวจติดตามการทำงานของสมองด้วยการสแกนภาพสมองของผู้ป่วยทั้งก่อนและหลังรับยา ผลปรากฏว่าผู้ป่วยที่เข้ารับการทดลองกว่าร้อยละ 50 ไม่มีอาการซึมเศร้าเหลืออยู่หลังจากได้รับยาแล้ว และสมองบางส่วนมีการทำงานที่เปลี่ยนไป โดยผู้ป่วยสามารถคงภาวะอาการที่ดีขึ้นนี้ไว้ได้นานกว่า 5 สัปดาห์

ก่อนหน้านี้เคยมีผลงานวิจัยบางชิ้นระบุว่า ยาซีโลซายบินซึ่งสกัดจากเห็ดเมาสามารถทำให้ผู้ป่วยหลุดพ้นจากวงจรการเกิดอาการซึมเศร้าได้ โดยผู้ป่วยที่ได้รับยาดังกล่าวจะเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นที่สมอง 2 ส่วน คือ อะมิกตะลา (Amygdala) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการรับความรู้สึกและอารมณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้สึกกลัวและวิตกกังวล กับส่วนเครือข่ายประสาทอัตโนมัติที่ทำงานเมื่อสมองพักผ่อน (Default-Mode network – DMN) สมองทั้งสองส่วนนี้จะทำงานได้ราบรื่นมากขึ้นหลังจากได้รับยาดังกล่าว

อย่างไรก็ตามนักวิจัยเตือนว่า ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าทั้งที่มีอาการปานกลางและรุนแรงรวมทั้งบุคคลทั่วไปไม่ควรทดลองใช้เห็ดเมาด้วยตนเอง อีกทั้งยังต้องมีการทดลองเพิ่มเติมกับกลุ่มทดลองจำนวนมากขึ้น ก่อนที่จะแน่ใจได้ว่าสามารถนำไปใช้เป็นวิธีการรักษาโรคซึมเศร้าที่ปลอดภัยในอนาคต

 

ขอบคุณข้อมูล

นพ.คมน์สิทธิ์ เดชะรินทร์