เหงื่อบอกอะไรเกี่ยวกับสุขภาพ

เราเข้าใจกันดีว่าเมืองไทยเป็นเมืองร้อน ไม่ว่าจะเป็นฤดูไหนๆ อากาศก็มักจะร้อนอบอ้าวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งสภาพอากาศในบ้านเราอากาศจะร้อนจัดสลับกับอากาศชื้นๆ และภาพที่เห็นกันจนชินตานั้นคือเสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยเหงื่อ หน้าที่ชุ่มไปด้วยหยดน้ำ ความจริงแล้วนั้นเหงื่อที่ไหลออกมาตามร่างกายของคนเราถือว่ามีประโยชน์ไม่ใช่น้อย เพราะถือว่าเป็นการระบายความร้อนที่สำคัญที่สุดของร่างกาย แต่ถ้าเมื่อใดที่ร่างกายไม่สามารถขับเหงื่อออกมาได้ก็มีโอกาสเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตได้เหมือนกัน

โรคที่มากับเหงื่อ

โรคที่มากับเหงื่อก็คือ กลากและเกลื้อน ซึ่งอาจเกิดจากเชื้อราคนละประเภทกัน กลากนั้นจะชอบความชื้น ความแฉะ ความอับ เพราะฉะนั้นที่ไหนก็ตามที่มีความอับชื้นพอเหมาะราก็จะเจริญเติบโตทันที อาจจะพบบ่อยบริเวณขาหนีบ ฝ่าเท้า รวมทั้งซอกนิ้วเท้า

ส่วนเกลื้อนนั้นชอบความมัน เหงื่อและความร้อน อาจจะไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อจากภายนอก แต่เป็นเชื้อที่อยู่บนผิวหนังของทุกคน จะสะอาดแค่ไหนก็มีด้วยกันทั้งนั้น เมื่อเข้าหน้าร้อน เหงื่อออกมากขึ้น ผิวมันมากขึ้น เชื้อราก็ได้ใจเกิดผื่นเป็นดวงๆ ขึ้น โดยส่วนใหญ่จะเป็นบริเวณหน้าอกและด้านหลัง ผื่นสุดท้ายที่มักจะเห่อหรือมีอาการมากขึ้นเมื่อเวลาเหงื่อออกมากๆ คือ ผื่นภูมิแพ้ ผิวหนังอักเสบบางประเภททำให้บางคนชอบเรียกว่า แพ้เหงื่อ ซึ่งความจริงแล้วอาการแพ้เหงื่อตัวเองไม่มีจริงๆ

การดูแลรักษาเมื่อเหงื่อออกมากจนเกินไป

การที่เหงื่อออกมาจนเกินไปนั้นมีวิธีรักษาหลายอย่าง ทั้งรับประทานยา ทายา การใช้กระแสไฟฟ้าอ่อนๆ การฉีดยาโบทูลินั่มท็อกซิน การดูดไขมันเพื่อกำชัดต่อมเหงื่อ ไปจนถึงการผ่าตัด ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับบริเวณที่เป็นและมีอาการตรงไหน รบกวนต่อการดำรงชีวิตหรือไม่ อีกอย่างเมื่อได้ยินคำว่า เหงื่อ หลายๆ คนก็นึกถึงคำว่า กลิ่นตัว ลอยมาทันที ความจริงแล้วนั้นเหงื่อที่ออกมาใหม่ๆ จะไม่มีกลิ่น แต่เมื่อใดที่เริ่มทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันอาจจะสังเกตได้ว่าเริ่มมีกลิ่นตัวเกิดขึ้น นั่นเป็นเพราะบริเวณบนผิวหนังเริ่มมีแบคทีเรียอาศัยอยู่ซึ่งแบคทีเรียจะแปลงสารในเหงื่อบางอย่างทำให้มีกลิ่นเกิดขึ้นได้

สาเหตุหลักที่ทำให้เหงื่อมีกลิ่นก็เป็นเพราะเจ้าแบคทีเรีย เพราะฉะนั้นวิธีการดูแลรักษาอาจจะไปพบแพทย์โดยแพทย์จะให้ยาฆ่าเชื้อมาทาหรือใช้สบู่ที่มีสารที่สามารถฆ่าแบคทีเรียก็ได้เช่นกัน กลิ่นตัวก็จะลดลงได้ นอกจากนี้การรับประทานอาหารก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ร่างกายมีกลิ่นตัวเกิดขึ้น เช่น การรับประทานประเภทเนื้อแกะ เนื้อแพะ หรือชีสบางประเภทเป็นประจำ

 

ขอบคุณข้อมูล

ศ.ดร.นพ.ประวิตร อัศวานนท์