รู้ทันโรคไข้หวัดใหญ่

ปัจจุบันคนส่วนใหญ่มีการตื่นตัวและตื่นตระหนกต่อโรคไข้หวัดใหญ่เป็นอย่างมากจากที่มีการระบาดของเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ดังนั้นคงจะเป็นการดีหากเราได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับตัวโรคไข้หวัดใหญ่ว่าแตกต่างจากไข้หวัดธรรมดาอย่างไร

ไข้หวัดใหญ่เกิดจากการติดเชื้อโรคไวรัส Influenza ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ เช่น สายพันธุ์ A และสายพันธุ์ B อาการสำคัญของไข้หวัดใหญ่คือ อาการไข้สูงมากกว่า 38 °C เป็นไข้สูงทันทีทันใด ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ไอ และอ่อนเพลียมาก ในขณะที่ไข้หวัดธรรมดามักไม่มีไข้สูง และมีอาการเด่นคือคัดจมูก น้ำมูกไหล จามมาก ซึ่งพบได้บ้างแต่ไม่เด่นในไข้หวัดใหญ่

ไข้หวัดใหญ่ติดต่อทางการหายใจ โดยจะได้รับเชื้อที่ออกมาปนเปื้อนอยู่ในอากาศเมื่อผู้ป่วยไอ จาม หรือสัมผัสฝอยละอองน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย แล้วใช้มือสัมผัสที่จมูกและปาก โดยเชื้อจะใช้เวลาฟักตัว 1-3 วัน ผู้ที่ได้รับเชื้อไข้หวัดใหญ่สามารถแพร่กระจายเชื้อได้ตั้งแต่ระยะที่ไม่มีอาการไปจนถึงมีอาการไปแล้ว 3-5 วัน

การรักษาและป้องกัน

การให้ยาต้านไวรัส oseltamivir ภายใน 48 ชั่วโมง นาน 3-5 วัน จะช่วยลดอาการและจำนวนเชื้อไวรัสชนิด A ในสารคัดหลั่งที่ทางเดินหายใจได้ อย่างไรก็ตามการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สามารถทุเลาได้เองภายใจ 1-2 สัปดาห์โดยให้การักษาประคับประคอง ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลทุกราย ยกเว้นบางกลุ่มที่อาจมีอาการรุนแรง เช่น ผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไป หรือเด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ปี

นอกจากนี้สิ่งที่สำคัญไม่แพ้การรักษาก็คือ การป้องกัน ทั้งการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโดยสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะหลังจากที่สัมผัสสารคัดหลั่ง แยกผู้ป่วย และสิ่งของเครื่องใช้จนกว่าอาการจะทุเลา รวมไปถึงการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี ถึงแม้ว่าอาจจะป้องกันไม่ได้ 100% แต่ยิ่งฉีดเป็นประจำสม่ำเสมอก็จะทำให้มีภูมิต่อเชื้อหลายสายพันธุ์มากขึ้น อย่างไรก็ตามเนื่องจากมีองค์ประกอบของโปรตีนไข่อยู่ในวัคซีนด้วย จึงควรหลีกเลี่ยงในผู้ที่แพ้ไข่

สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ การสังเกตอาการตนเอง เพื่อที่จะได้รักษาและดูแลตัวเองเบื้องต้น เพราะถ้าประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับตัวโรค สามารถให้การดูแลรักษาเบื้องต้นได้ ก็จะทำให้ผู้ป่วยไม่ล้นโรงพยาบาล ช่วยให้แพทย์สามารถให้การบริบาลผู้ป่วยได้เต็มที่มากยิ่งขึ้นนั่นเอง