ผลของปริมาณน้ำตาลสูง

คนไทยส่วนใหญ่มักติดหวาน สังเกตได้จากอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่ไม่ใช้น้ำเปล่า เมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศพบว่าเครื่องดื่มของไทยมักมีส่วนผสมของน้ำตาลค่อนข้างสูง นอกจากนี้บางคนยังมีพฤติกรรมติดหวานโดยไม่รู้ตัวอีกด้วย เช่น มักเติมน้ำตาลในอาหารทั้งที่ยังไม่ได้ชิมอาหารเลยก็ตาม หรือชอบรับประทานของหวานหลังของคาวเป็นประจำ เป็นต้น หลายคนอาจจะคิดว่าการบริโภคน้ำตาลเยอะๆ หรือการป่วยเป็นโรคเบาหวานไม่เห็นจะเป็นอันตรายเสียหน่อย น้ำตาลในเลือดสูงไม่เห็นจะมีผลอะไรต่อร่างกายตอนนี้เลย ใช่ครับ มันอาจจะไม่แสดงผลในตอนนี้ แต่ก่อนจะพูดถึงผลร้ายของการมีน้ำตาลในเลือดสูงจะขอบอกข่าวดีให้ทราบก่อน

น้ำตาลธรรมชาติ หรือกลูโคส คือแหล่งพลังงานหน่วยที่เล็กที่สุดที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ทันทีในลำไส้ เข้าสู่ตับและหลอดเลือด การได้รับน้ำตาลมากกว่า 50 มิลลิกรัมในหนึ่งมื้อจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเฉียบพลัน พร้อมให้ร่างกายนำไปเป็นพลังงานให้กล้ามเนื้อใช้ในการเคลื่อนไหวออกกำลัง แต่ถ้าร่างกายไม่ได้มีการเคลื่อนไหวออกกำลัง ตับอ่อนก็สามารถหลั่งฮอร์โมนอินซูลินเพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือด และนำไปสะสมเป็นพลังงานสำรองที่ตับ กล้ามเนื้อ และเป็นไขมันส่วนเกินตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย

ข่าวร้ายคือ ถ้าเรายังรับประทานอาหารที่ให้ปริมาณน้ำตาลสูงอย่างต่อเนื่องสะสมเป็นเวลาหลายปี ร่างกายจะไม่ตอบสนองต่อฮอร์โมนอินซูลินที่สร้างจากตับอ่อนเลย ฉะนั้นการรับประทานอาหารที่น้ำตาลสูงๆ แต่ละครั้งฮอร์โมนอินซูลินที่ผลิตออกมาจะไม่สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดให้ลงมาอยู่ในค่าปกติภายในระยะเวลาเท่าเดิมอีกแล้ว ผลลัพธ์ของการดื้ออินซูลินของร่างกายทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งก็คือ โรคเบาหวาน นั่นเอง

การเป็นเบาหวานก่อให้เกิดผลลัพธ์ต่อร่างกายอย่างไรบ้าง?

การมีน้ำตาลในเลือดสูงก็เหมือนกับเทเศษอาหารลงไปในท่อน้ำทุกๆ วันนั้นแหละ น้ำตาลเป็นพลังงานให้จุลินทรีย์เติบโต เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค หมักหมมเป็นคราบเมือก สุดท้ายท่อก็ตันจากการอักเสบของหลอดเลือดแล้วถ้าท่อน้ำเลี้ยงนั้นเกิดที่หัวใจ สมอง ดวงตา หรือไตล่ะ ในระยะยาวเป็นสาเหตุของโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันหลอดเลือดสมองอุดตัน จอประสาทตาอักเสบทำให้ตาบอดหรือไตวายจากเบาหวานได้

ผลเสียทั้งหมดที่กล่าวมาอาจจะยังไม่เกิดวันนี้พรุ่งนี้ แต่จะสะสมให้เกิดในอีก 5 ปี 10 ปี ส่วนผลแทรกซ้อนระยะสั้นก็มี น้ำตาลในเลือดสูงทำให้เกิดภาวะเลือดเป็นกรดจากการสะสมของเสียจากการเผาผลาญน้ำตาลของเสียที่ว่าคือสารคีโตน ถ้ามันลอยเข้าสมองเมื่อไรก็จะเกิดอาการเพ้อ ชัก หรือแม้แต่การหายใจล้มเหลวตามมานอกจากนี้ถ้าใครเป็นแผลก็จะหายยากหน่อยเนื่องจากเลือดที่อุดมไปด้วยความหวานข้นจะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคให้เจริญเติบโตได้ดี ไม่มีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อการสมานตัวของบาดแผล ทำให้แผลดูแฉะๆ เปื่อยๆ น้ำเหลืองไหลเยิ้มบ่อยๆ

ขอบคุณข้อมูล

นพ.กรวีร์ ตั้งเอกชัย