เชื้อแบคทีเรียดื้อยาปฏิชีวนะ

ปัญหาเชื้อแบคทีเรียดื้อยาปฏิชีวนะ หรือที่เราเรียกสั้นๆ ว่า Superbug นั้น กำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ไปทั่วโลก ยกตัวอย่างเหตุการณ์ เช่น ไม่นานนี้สำนักข่าวชื่อดังของอเมริกา มีการนำเสนอข่าวผู้ป่วยหญิงรายหนึ่งซึ่งเสียชีวิตด้วยภาวะระบบหายใจล้มเหลวและติดเชื้อในกระแสเลือดจากโรคปอดอักเสบ โดยเชื้อที่เธอติดนั้นเป็นเชื้อแบคทีเรียที่ดื้อยาทั้งหมดที่มีในอเมริกา ทีมแพทย์ที่รักษาตื่นตระหนกมาก เพราะไม่เคยเกิดรูปแบบการดื้อยาอย่างมากเช่นนี้ในพื้นที่นั้นมาก่อน ถึงขั้นเรียกการติดเชื้อ Carbapenem-resistant Enterobacteriaceae (CRE) ซึ่งเป็นเชื้อดื้อยาชนิดรุนแรงของเธอว่าเป็น ฝันร้ายแห่งการติดเชื้อ และยังแถลงข่าวต่ออีกว่า ถ้าเป็นอย่างนี้ อนาคตของพวกเราคงเลวร้ายแน่นอน

หรือผู้ป่วยที่ติดเชื้อแบคทีเรียดื้อยาที่ทางองค์การอนามัยโลกเคยแสดงให้ดูเป็นตัวอย่าง เช่น ชายหนุ่มวัยกลางคนที่ร่างกายแข็งแรงดี แต่กลับต้องสูญเสียขาทั้งสองข้างจากการติดเชื้อแบคทีเรียดื้อยาที่กระจายมาจากทางเดินหายใจส่วนต้น หรือเด็กทารกแรกเกิดที่เสียชีวิตตั้งแต่แรกเกิดด้วยภาวะติดเชื้อดื้อยาในกระแสเลือด (ตามสถิติแล้วมีถึงประมาณสองแสนคนต่อปีทั่วโลกเลยทีเดียวครับ) นอกจากนี้ยังมีผู้ป่วยรายอื่นๆ อีกมากมายที่ได้รับผลกระทบจากการติดเชื้อนี้ หมอขอสรุปง่ายๆ คือ ต่อไปในอนาคต ถ้าสถานการณ์ต่างๆ ยังไม่ดีขึ้น จะมีคนอีกหลายล้านคนเสียชีวิตด้วยโรคติดเชื้อนิดๆ หน่อยๆ ที่เราไม่เคยต้องกลัวกันไม่ว่าจะเป็นเจ็บคอจากคออักเสบติดเชื้อบาดผลขีดข่วนเล็กๆ น้อยๆ หรือแม้แต่โรคอุจจาระร่วงและกระเพาะปัสสาวะติดเชื้อ เป็นต้น

ในหลายๆ ประเทศทั่วโลก (รวมถึงประเทศไทย) มีการนำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์การเกิดเชื้อดื้อยาชนิดต่างๆ อย่างต่อเนื่อง แต่ก็กลับไม่ได้รับการสนใจและตื่นตัวกันเท่าที่ควร ผู้แทนองค์การอนามัยโลกเคยกล่าวว่าเรื่องเชื้อดื้อยานี้เปรียบเสมือน หายนะที่มองไม่เห็น ทำให้คนทั่วไปไม่ได้ใส่ใจมากนัก

จำนวนผู้ป่วยติดเชื้อแบคทีเรียดื้อยานั้นมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี มีการคาดการณ์ว่าหากสถานการณ์การติดเชื้อยังไม่ดีขึ้น จำนวนผู้ป่วยยังคงพุ่งสูงขึ้นในอัตราเช่นนี้ทุกปี ในปี ค.ศ.2050 จะมีผู้ป่วยเสียชีวิตจากเชื้อแบคทีเรียดื้อยาปีละสิบล้านคน และนับเป็นความสูญเสียทางเศรษฐกิจถึงปีละ 100 ล้านล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียว (ข้อมูลนี้ประมาณการณ์ในปี ค.ศ.2014) เรียกได้ว่าการติดเชื้อดื้อยานี้จะฆ่าคนได้มากมายยิ่งกว่าระเบิดนิวเคลียร์ (ที่นับกันว่าเป็นอาวุธที่ร้ายแรงที่สุดของมนุษย์) ทั้ง 2 ลูกในสงครามโลกครั้งที่ 2 รวมกันถึงประมาณ 50 เท่าเลยทีเดียว แล้วเราจะไม่นับสาเหตุนี้ว่าเป็นสาเหตุให้โลกก้าวสู่การสูญพันธุ์ครั้งที่ 6 ได้อย่างไรกัน

ในประเทศไทยสถานการณ์การติดเชื้อแบคทีเรียดื้อยาก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์น่าเป็นห่วง มีข้อมูลล่าสุดว่าคนไทยติดเชื้อแบคทีเรียดื้อยาประมาณ 100,000 คนต่อปี และในจำนวนนี้เสียชีวิตจากเชื้อดื้อยา 38,000 คนต่อปี เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจทั้งทางตรง 6,000 ล้านบาท และทางอ้อม 40,000 ล้านบาทเลยทีเดียว

แม้สถานการณ์ต่างๆ จะแย่ขยาดนี้ แต่หมอก็ยังคงเชื่อว่าไม่มีอะไรยากเกินความตั้งใจและมุ่งมั่นอย่างจริงจังของมนุษย์เรา เรายังพอมีเวลาเปลี่ยนแปลงอนาคตของเราได้ เรายังมีเวลาพอที่จะชะลอการสูญพันธุ์ครั้งนี้ และเปลี่ยนแปลงให้แตกต่างไปจาก 5 ครั้งที่ผ่านมาได้หากเราร่วมมือกันทุกคน

ซึ่งเป็นที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ทั่วโลกนั้นเริ่มให้ความสนใจ และหันมาจับมือร่วมกันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โดยเมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2559 ที่ผ่านมา ผู้นำประเทศจาก 193 ประเทศทั่วโลกพร้อมใจกันร่วมลงนามในปฏิญญาสำคัญของหหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่จะกำจัดเชื้อแบคทีเรียดื้อยาหรือ Superbug ให้หมดไปจากโลก ในระหว่างการร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 71 ณ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศไทยเราเองก็ตอบรับนโยบายโลกเป็นอย่างดี ด้วยการร่วมลงนามในปฏิญญาฉบับนี้ และเริ่มประชุมวางนโยบายการดื้อยาต้านจุลชีพฉบับแรกขึ้นในเดือนกรกกาคมที่ผ่านมานี้

ขอบคุณข้อมูล

นพ.ชวโรจน์ เกียรติกำพล

อายุรแพทย์