โรคต้อกระจก ภัยคุกคามทางการมองเห็น

รศ. นพ. นริศ กิจณรงค์ จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต้อหิน ต้อกระจก และรองคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กรและกิจกรรมเพื่อสังคม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยข้อมูลว่านอกจากปัจจัยด้านอายุแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกที่ทำให้เกิดโรคต้อกระจก ไม่ว่าจะเป็นการเกิดอุบัติเหตุของดวงตา การได้รับสารเคมี การหยอดตาหรือรับประทานยาบางชนิด เช่น ยากลุ่มสเตียรอยด์ (พบได้ร้อยละ 3-4) และสุดท้ายคือโรคต้อกระจกแต่กำเนิด (พบในเด็กแรกเกิดร้อยละ 1-2)

อาการของโรคต้อกระจก

คุณหมอนริศชี้แจงเบื้องต้นว่าโรคต้อกระจกในระยะแรกจะไม่ส่งสัญญาณถึงผู้ป่วยอย่างเด่นชัด ต่อเมื่อสะสมอาการไว้มากขึ้นนั่นละ จึงจะรู้ตัว โดยสัญญาณหลักๆ ที่บ่งบอกว่าน่าจะเป็นโรคนี้ คือ

  • เริ่มมีอาการตามัวที่ละน้อยๆ คล้ายหมอกบังตา ยิ่งในยามเจอแสงสว่างหรือแสงแดจะยิ่งมัวมากขึ้น
  • บางคนจากที่ต้องพึ่งแว่นตาเพื่อมองระยะใกล้ ก็กลายเป็นไม่ต้องใส่แว่นตาสำหรับการมองระยะใกล้อีกต่อไป
  • ถ้าอาการหนักข้อขึ้น จะส่งผลต่อการใช้ชีวิต การทำงาน และอาจนำไปสู่ภาวการณ์สูญเสียการมองเห็น

นวัตกรรมการรักษาที่พึ่งพาได้

เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่พัฒนาไปตามโลกาภิวัฒน์ ทำให้การรักษาโรคต้อกระจกมีความก้าวหน้า สามารถคืนความชัดเจนทางสายตาให้ผู้ป่วยกลับมามองเห็นโลกกล้างได้ดังเดิม โดยเทคโนโลยีการรักษาแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

  • แบบไม่ผ่าตัด ใช้รักษาในกรณีที่โรคต้อกระจกยังไม่ลุกลามมาก สามารถสวมแว่นตา และใช้ยาหยอดตาควบคุมอาการได้ ในบางรายที่ป่วยเป็นโรคต้อกระจกมาตั้งแต่กำเนิด อาจใช้วิธีการขยายม่านตาเพื่อรับแสงเข้าดวงตามากขึ้น
  • แบบผ่าตัด ใช้ในกรณีที่โรคต้อกระจกเริ่มก่อกวนให้ชีวิตประจำวันอยู่ยากขึ้น วิธีการคร่าวๆ คือผ่าตัดเอาต้อกระจกออกแล้วใส่เลนส์เทียมเข้าไปในดวงตา โดยทั่วไปจะใช้คลื่นความถี่สูงในการสลายต้อกระจก หรืออาจใช้เลเซอร์ช่วยในการผ่าตัดได้

เลนส์เทียม เพื่อโลกที่แจ่มใส

นวัตกรรมเลนส์เทียม สามารถช่วยในการมองเห็นของผู้ป่วยโรคต้อกระจกได้ ปัจจุบันเลนส์เทียมสามารถแบ่งตามลักษณะวัสดุในการผลิตออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่

  1. เลนส์เทียมชนิดแข็ง เป็นเลนส์แก้วตาเทียมที่ไม่สามารถพับได้ ใช้ในการผ่าตัดต้อกระจกชนิดแผลใหญ่
  2. เลนส์เทียมชนิดนิ่ม เป็นเลนส์แก้วตาเทียมที่สามารถพับและสอดผ่านแผลผ่าตัดต้อกระจกที่มีขนาดเล็กประมาณ 2.5 มม. ได้ นิยมมากในปัจจุบัน เพราะไม่ยุ่งยากในการรักษาและฟื้นตัวได้เร็วกว่า ทั้งนี้ในกลุ่มของเลนส์เทียมชนิดนิ่มยังแบ่งได้อีกเป็น 3 ประเภท คือเลนส์เทียมที่ให้ความชัดระยะเดียวคือระยะไกล ต่อมาเป็นเลนส์เทียมที่ให้ความชัดได้ 2 ระยะ คือทั้งใกล้และไกล ปัจจุบันพัฒนาเพิ่มเติมเป็นใกล้-กลาง-ไกล สุดท้ายเป็นเลนส์แบบยืดหยุ่น สามารถปรับระยะได้ในตัวเอง ทว่ายังเป็นเพียงคอนเซ็ปต์ที่พัฒนากันอยู่

การเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพชีวิตดี มองโลกได้แจ่มชัดจนถึงวันสุดท้าย ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงหมั่นดูแลรักษาสุขภาพร่างกายและดวงตา อย่างน้อยก็ควรเข้าพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจดวงตาสักผีละ 1 ครั้ง

 

ขอบคุณข้อมูล

รศ. นพ. นริศ กิจณรงค์

จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต้อหิน ต้อกระจก