แคลอรี่ การเผาผลาญพลังงานของร่างกาย

ร่างกายดี มีหุ่นดี ใครๆ ก็อยากมีและก็อยากได้ แต่การจะทำให้ร่างกายดีนอกเหนือจากการออกกำลังกายแล้ว การนับแคลอรี่ ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญเพราะถ้าหากรับประทานอาหารมากเกินไปนั้นอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้อ้วนขึ้นได้ หลายคนยังคงสับสนว่า แคลอรี่ (Calorie) คืออะไร ซึ่งแคลอรี่คือหน่วยในการวัดพลังงานที่เรามักจะเห็นได้จากฉลากข้างกล่องบรรจุอาหารต่างๆ ซึ่งมีไว้เพื่อบอกประมาณแคลอรี่ของอาหารที่ได้รับประทานเข้าไป ซึ่งมีไว้เพื่อบอกให้ทราบว่า อาหารที่รับประทานเข้าไปมีแคลอรี่เท่าไร และควรจะเลือกบริโภคอาหารชนิดใด เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

ปริมาณแคลอรี่ที่ควรได้รับในแต่ละวัน

สำหรับคนทั่วไปที่ทำงานหนักจนถึงระดับปากกลาง โดยปกติแล้วปริมาณของแคลอรี่ที่ควรบริโภคต่อวัน คือประมาณ 2,000 กิโลแคลอรี่ แต่สำหรับผู้ที่ทำงานหนักหรือทำงานที่ต้องใช้พลังงานมาก อย่างเช่น อาชีพกรรมกรหรืออาชีพนักกีฬาก็ต้องการพลังงานมากกว่าคนที่ทำงานปกติทั่วไป โดยอาหารจานเดียวอย่างเช่น ข้าวผัด ก๋วยเตี๋ยว จะให้พลังงานประมาณ 300-500 กิโลแคลอรี่ การบริโภคในแต่ละมื้อสำหรับคนทั่วไปไม่ควรจะเกิน 600 กิโลแคลอรี่ ซึ่งปกติแล้วคนทั่วไปจะต้องการแคลอรี่ประมาณวันละ 20-35 แคลอรี่ ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม แต่ต้องขึ้นอยู่ว่าภายในร่างกายของแต่ละบุคคลมีไขมันส่วนเกินและกิจกรรมที่ใช้ในแต่ละวันมากน้อยขนาดไหน ไม่ว่าจะเป็นการเดิน ทำงาน หรือการออกกำลัง

สารอาหารที่ให้พลังงาน

คาร์โบไฮเดรด 1 กรัม จะให้พลังงานเท่ากับ 4 กิโลแคลอรี่

โปรตีน 1 กรัม จะให้พลังงานเท่ากับ 4 กิโลแคลอรี่

ไขมัน 1 กรัม จะให้พลังงานเท่ากับ 9 กิดลแคลอรี่

สารอาหารที่ให้พลังงาน

วิตามิน (vitamin) ถือว่าเป็นสารไม่ให้พลังงานและเป็นสารร่างกายต้องการน้อยกว่าสารอาหารที่ให้พลังงาน

แร่ธาตุ (mineral elements) เป็นสารอาหารที่ไม่ให้พลังงานเป็นส่วนประกอบโครงสร้างในร่างกายและอวัยวะต่างๆ

ตารางวิธีคำนวณแคลอรี่

ผู้หญิง น้ำหนักตัว x27 ยกตัวอย่างเช่น ถ้าน้ำหนักตัว 50 กิโลกรัม จะคำนวณแคลอรี่ที่ต้องการใช้ต่อวันเท่ากับ 50×27=1,350 กิโลแคลอรี่ หรือโดยเฉลี่ยประมาณ 1,600 กิโลแคลอรี่

ผู้ชาย น้ำหนักตัว x31 ยกตัวอย่างเช่น  ถ้าน้ำหนักตัว 60 กิโลกรัม จะคำนวณแคลอรี่ที่ต้องการใช้ต่อวันเท่ากับ 60×30=1,860 กิโลแคลอรี่ หรือ โดยเฉลี่ยประมาณ 2,000 กิโลแคลอรี่