ปวดข้อเรื้อรัง ต้องระวังข้ออักเสบรูมาตอยด์

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เกิดจากความผิดปกติเรื้อรังซึ่งระบบภูมิคุ้มกันรุกรานเนื้อเยื่อในร่างกายหลายแห่งโดยเฉพาะส่วนข้อทำให้เกิดการอักเสบและทำให้ข้อเสื่อม ไม่ใช่เพียงแค่ที่ข้อเพียงอย่างเดียว แต่โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ยังเกิดขึ้นจากระบบะภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานผิดปกติและไปทำลายอวัยวะต่างๆ ในร่างกายตัวเอง ในผู้ป่วยบางรายพบว่ามีภาวะที่มีผลกระทบต่อระบบในร่างกาย เช่น ผิวหนัง ดวงตา ปอด หัวใจ และหลอดเลือด

อาการของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ จะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 2 ระยะ คือ ระยะที่ไม่แสดงอาการ ผู้ป่วยจะรู้สึกตัวเองสบายดี ส่วนระยะที่ 2 จะมีอาการกำเริบ ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการเมื่อยล้า เบื่ออาหาร มีไข้ต่ำๆ ปวดกล้ามเนื้อและข้อ กล้ามเนื้อและข้อเกร็ง (พบมากในช่วงเช้า) ข้อเปลี่ยนเป็นสีแดง บวมปวด นิ่ม โดยทั่วไปจะเกิดขึ้นทั้ง 2 ข้างของร่างกายสมดุลกัน มักเกิดกับข้อเล็ก หากทิ้งไว้เรื้อรัง จะลุกลามมีผลทำลายอวัยวะอื่นๆ เช่น ปอด หัวใจ เม็ดเลือด ทำให้ต่อมน้ำตาฝ่อ ตาแห้งฝืด ฯลฯ

สาเหตุของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เกิดขึ้นจากระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำลายตัวเอง โดยทำลายเยื่อหุ้มข้อ (Synovium) เป็นผลทำให้เกิดการอักเสบและบวมขึ้น ซึ่งในที่สุดแล้วอาจทำลายกระดูกอ่อนและกระดูกของข้อต่อได้ รวมไปถึงเส้นเอ็นที่ยึดกล้ามเนื้อและกระดูกหรือเอ็นข้อต่อจะเปราะบางลงและยืดขยายออก จากนั้นข้อต่อก็จะค่อยๆ ผิดรูปหรือบิดเบี้ยง โดยปัจจุบันยังไม่ทราบต้นตอของการเกิดโรคนี้อย่างแน่ชัด แต่มีโอกาสเกิดขึ้นจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ในขณะที่ยีนอาจจะไม่ใช่สาเหตุที่แท้จริงแต่ก็สามารถทำให้ผู้ป่วยมีความไวต่อปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมได้

ปัจจัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

ความเสี่ยงของการเกิดโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โดยเพศหญิงจะมีแนวโน้มเป็นมากกว่าเพศชาย โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกวัย แต่ส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นระหว่างอายุ 40-60 ปี ถ้าหากคนในครอบครัวมีประวัติเคยเป็นข้ออักเสบรูมาตอยด์ ก็จะมีความเสี่ยงในการเป็นมากขึ้น สำหรับใครที่มีความบกพร่องทางพันธุกรรมซึ่งถือว่ามีโอกาสพัฒนาเป็นโรครูมาตอยด์สูงมาก และหากสูบบุหรี่ด้วยแล้วยิ่งมีอัตราการเพิ่มความรุนแรงของโรคมากขึ้นอีกด้วย

นอกเหนือจากปัจจัยด้านพันธุ์กรรมแล้ว ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมก็ยังมีส่วนทำให้เกิดโรคนี้ด้วยเช่นกัน การได้รับสารบางอย่าง เช่น ใยหินและซิลิกา อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นข้ออักเสบรูมาตอยด์ได้ ความอ้วนก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหนึ่งที่มีความเสี่ยงค่อนข้างสูงในการพัฒนาเป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โดยเฉพาะในผู้หญิงที่วินิจแยว่าเป็นโรคเมื่ออายุ 55 ปีหรือน้อยกว่า