หลักสำคัญในการสอนภาษาให้ลูก

คุณพ่อคุณแม่คนไทยที่ไม่ได้เก่งภาษามาก แค่พอมีความรู้ด้านภาษาบ้างก็สามารถที่จะสอนภาษาอังกฤษหรือภาษาที่สองให้ลูกเก่งได้เช่นกัน เพียงตระหนักถึงหลักสำคัญในการสอนภาษให้ลูกน้อยดังนี้

ความเข้าใจในแนวคิดอย่างลึกซึ้งในการสอนลูก

คือการสอนลูกเป็นเด็กสองภาษาเป็นเหมือนการเดินทางไกลในป่า ซึ่งระหว่างทางอาจจะหลงทาง หาจุดหมายไม่เจอ และต้องพบเจออุปสรรคค่อนข้างมากกว่าจะเจอทางออก ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรมีแผนที่นำทางหรือมีตัวช่วยในการสอนภาษาให้ลูกได้สำเร็จ เพราะการสอนภาษาให้ลูกจะต้องมีเทคนิคสำคัญต่างๆ มากมายเพื่อให้ลูกเก่งภาษาได้อย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นเก่งภาษาได้ตามธรรมชาติ ออกเสียงได้ถูกต้องเหมือนเจ้าของภาษา ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นกิจวัตรได้ และสื่อสารได้ดี การที่คุณพ่อคุณแม่ได้ศึกษาแนวคิดและวิธีการที่ถูกต้องก่อนเริ่มต้นสอนภาษาให้ลูกจะเหมือนมีแผนที่ที่ช่วยเติมรายละเอียดให้ทุกครอบครัวเดินไปได้ถูกทาง และปฏิบัติการสอนลูกได้อย่างมีความแม่นยำขึ้น นอกจากนี้หลายครอบครัวไทยเราไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษพอที่จะสอนลูกได้ เพราะฉะนั้นจึงต้องควรมีการหาข้อมูลก่อนว่าเราจะเริ่มอย่างไรและทำอะไรเป็นขั้นตอนบ้าง

การสอนภาษาลูกด้วยตัวเอง คือการเดินทางไกลที่คุณพ่อคุณแม่ต้องมีความมุ่งมั่นเพียงพอในการทำ

เมื่อพ่อแม่คนหนึ่งคนไดจะเป็นคนพูดภาษาต่างประเทศกับลูก แต่เมื่อสอนไปแล้วยังไม่เห็นผลว่าลูกจะพูดได้ก็เลิกทำ เลิกสอน ทำๆ ไปแล้วไม่เอาดีกว่า สอนลูกไว้แค่ครึ่งๆ กลางๆ เกิดความท้อใจเป็นระยะ เพราะยังไม่เห็นผลลูกเลย เรื่องนี้คือจุดสำคัญที่จะทำให้พ่อแม่สอนลูกสองภาษาไม่สำเร็จ เพราะความมุ่งมั่นในการทำคือกำลังใจที่สำคัญที่สุด สำหรับแนวคิดเด็กสองภาษาพ่อแม่สร้างได้ จึงได้มีการสร้างเครือข่ายของเพื่อน กลุ่มที่พ่อแม่กำลังสอนภาษาลูกเช่นกัน เพื่อเป็นกำลังใจ เป็นที่ปรึกษา เป็นสื่อกลางคอยช่วยให้กำลังใจ แนะนำวิธีการสอนออกเสียง การทำที่ถูกต้องและแชร์ประสบการณ์ นอกจากนี้การมีเพื่อนมีคนให้กำลังใจหรือคอยปรึกษาจะช่วยเป็นพลังค่อยๆ เติมความรู้ให้คุณพ่อคุณแม่ และลูกน้อยได้ตลอดเวลา เพื่อให้ทุกครอบครัวมีวามมุ่งมั่นในการสอนภาษาให้ลูกรักมากยิ่งขึ้น มีความอดทน ไม่ย่อท้อในการสอนลูก เพราะผลของการสอนภาษาให้ลูกแต่ละคนต่างกัน เด็กบางคนเป็นเร็ว พูดเร็ว เด็กบางคนพูดช้ แต่ลูกทุกคนสามารถเป็นเด็กสองภาษา แต่เพียงพ่อแม่มุ่งมั่นตั้งใจ ไม่ทิ้งไปกลางทาง และต้องทำอย่างต่อเนื่องยาวนานจนลูกโต

อย่ากังวลใจหากพ่อแม่ไม่เก่งภาษาอังกฤษ

หากคุณพ่อคุณแม่มีความกังวลใจเพราะที่บ้านทั้งพ่อและแม่ไม่เก่งภาษาอังกฤษ ขอให้ตัดความกังวลและความเครียดเหล่านั้นทิ้งไป เพราะทุกทักษะเราสามารถสร้างและเรียนรู้ไปได้พร้อมๆ กับลูก นักกีฬายังต้องมีโค้ช พ่อแม่เองก็ต้องอาศัยโค้ชจากสื่อและคนอื่นๆ เช่นกัน ยิ่งปัจจุบันมีสื่อทางอินเทอร์เน็ตที่ใช้ข้อความได้มากมายทั้งภาพและเสียง ดังนั้นเพียงคุณพ่อคุณแม่ทำหน้าที่เป็นต้นแบบให้ลูกเรียนภาษาหรือสอนแบบธรรมชาติ และเป็นโค้ชให้ลูกในการพูดภาษาอังกฤษ พร้อมกับดูแลชี้แนะและทำให้ลูกไปสู่จุดหมายได้ เพราะฉะนั้นพ่อแม่ที่ไม่เก่งภาษาอังกฤษหากมีความเข้าใจและตั้งใจมุ่งมั่น อดทนที่จะสอน และทำให้ต่อเนื่อง ก็สามารถสอนลูกเป็นเด็กสองภาษาที่เก่งได้แน่นอน

ใช้ตัวช่วยในการสอนภาษาลูก

เมื่อคุณพ่อคุณแม่ไม่ใช่เจ้าของภาษา แต่เราต้องสอนลูกให้ออกเสียงและใช้ภาษาอย่างถูกต้อง การใช้ตัวช่วยหรือเทคโนโลยีต่างๆ มาช่วยให้สอนลูกได้ง่ายขึ้นจึงไม่ได้เป็นข้อห้ามแต่อย่างใด ดังนั้นหากต้องสอนการออกเสียงภาษาอังกฤษให้ลูกที่อาจใช้สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตและคอมพิวเตอร์ มาใช้ฟังและทดลองออกเสียงได้ อาจเริ่มจากทีละคำก่อน เช่น เห็นแมวแล้วถามลูกว่า แคท ต้องออกเสียงอย่างไร พ่อแม่ต้องค่อยๆ ทำความเข้าใจ ลองออกเสียง ฟังการออกเสียงก่อนว่าเป็นแบบไหน คำว่า แคท เสียงมันโอเคหรือยัง ต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง อาจลองใช้แอพพลิเคชั่นต่างๆ เช่น SIRI ดูดีวีดี ยูทูบ เพซบุ๊ก เรื่องการออกเสียงหรืออื่นๆ มาช่วย เมื่อเข้าใจและลองออกเสียงได้ถูกต้อง เราก็จะสอนลูกได้ถูกต้องเช่นกัน

ตัวช่วยของลูกคือพ่อแม่ ไม่ใช่เทคโนโลยี แม้ก่อนหน้านี้เราจะแนะนำให้ใช้เทคโนโลยีมาช่วยสอนลูกได้ แต่คนที่ใช้ต้องเป็นพ่อแม่ คือ พ่อแม่ดู ฟัง ลองทำตาม แต่ไม่ใช่ให้ลูกใช้ แล้วบอกว่า ดูสิลูก นี่คือ Cat อ่านว่า แคท แล้วใหล้ลูกดูจากโทรศัพท์หรือไอแพ็ด ดังนั้นการดูไอแพ็ดแล้วลูกจะพูดภาษาอังกฤษได้นั้นไม่ถูกต้อง ภารกิจของคุณพ่อคุณแม่คือ ทำหน้าที่เป็นโค้ช คอยดูแลลู พูดกับลูก สื่อสารกับลูกให้เป็นปกติธรรมชาติ กระตุ้นให้ลูกพูด เพราะสิ่งอื่นๆ คือตัวช่วย แต่คุณพ่อคุณแม่คือตัวหลัก ไม่ใช่ตัวช่วย ปัจจุบันพ่อแม่ซื้อเทคโนโลยีให้ลูกใช้เพื่อเป็นตัวหลัก ซึ่งผิด ลูกก็จะไม่ได้ฝึกภาษาเพื่อสื่อสารอย่างแท้จริง แถมยังไปติดเทคโนโลยีมากกว่าสนใจพ่อแม่หรือสิ่งรอบข้างอีกด้วย ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่คือตัวหลักคนสำคัญที่จะสร้างลูกให้เป็นเด็กสองภาษา โดยคุณพ่อคุณแม่อาจใช้ตัวช่วยได้ แต่พ่อม่ต้องไม่ไปเปิดยูทูบให้ลูกดูเอง ใช้ตัวของเราเองเป็นคนสอนลูกจะดีที่สุด