เด็กมีความสามารถที่หลากหลายรอบด้าน

ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาการศึกษามหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา ชื่อ โฮวาร์ด การ์ดเนอร์ ได้มีการนำเสนอทฤษฎีพหุปัญญา โดยมีแนวคิดว่า ความฉลาดหรือเชาวน์ปัญญาของมนุษย์มีหลากหลาย บุคคลหนึ่งอาจจะมีเชาวน์ปัญญาโดดเด่นเพียงด้านเดียวหรือหลายด้าน ซึ่งเป็นไปได้ว่าความสามารถบางด้านก็อาจอยู่ในระดับปานกลางจนถึงระดับด้อย เชาวน์ปัญญาด้านต่างๆ เหล่านี้จะผสมผสานจนกลายเป็นคุณลักษณะเฉพาะของเด็กแต่ละคน โดยในบทความนี้จะขอกล่าวถึงความสามารถในแต่ละด้านที่สอดคล้องกับเด็กในช่วงหกปีแรก และเทคนิคในการสังเกต การสร้างสิ่งแวดล้อมที่กระตุ้นความสามารถ ดังนี้

ความสามารถด้านภาษา

เป็นความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ และสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อถ่ายทอดความคิด ความรู้ อารมณ์ หรือจินตนาการ มีการสร้างสรรค์ทางภาษา ผู้มีความสามารถทางภาษามักจะมีอาชีพเป็นนักเขียน นักแปล จินตกวี นักพูด เด็กที่มีความสามารถด้านภาษามักมีพัฒนาการด้านการพูดเกินวัย มีคลังคำศัพท์มาก และแสดงความสนใจในหนังสือหรืออยากที่จะอ่านเร็วกว่าปกติ ดังนั้นผู้ปกครองควรหมั่นพูดคุยกับลูก และอ่านหนังสือนิทานให้ลูกฟังเป็นกิจวัตร จะทำให้ลูกมีความสามารถในการเรียนรู้ภาษาได้ดี และชอบทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับภาษา

ความสามารถด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย

เป็นความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อหรือการประสานสัมพันธ์กันของอวัยวะในร่างกาย ความสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวร่างกายได้ดีทั้งกล้ามเนื้อมัดเล้กและกล้ามเนื้อมัดใหญ่ มีความยืดหยุ่นของร่างกายดี ผู้มีความสามารถด้านนี้มักจะประกอบอาชีพเป็นนักกีฬา นักแสดง นักเต้น นาฏศิลป์ นักมายากล เป็นต้น

เด็กที่มีแนวโน้มมีความสามารถด้านนี้มักมีพัฒนาการด้านร่างกายเร็วเมื่อเทียบกับเด็กวัยเดียวกัน ผู้ปกครองควรเปิดโอกาสให้เด็กได้ปีนป่าย กระโดด โหนตัว เดินบันไดเชือก โดยอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด สำหรับผู้ใหญ่อาจคิดว่าเป็นกิจกรรมที่ค่อนข้างอันตรายหรือโลดโผนเกินไป ทำให้เด็กหลายคนไม่มีโอกาสเล่นแบบท้าทายและฝึกฝนด้านร่างกายเท่าที่ควร แต่นั่นเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เด็กได้พัฒนาทักษะทางการเคลื่อนไหวร่างกาย นอกจากนี้การให้เด็กได้ใช้มือเล็กๆ ของเขาขย้ำ กำ แด ดึง เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กหรือความแข็งแรงของมือ ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างมือและตาอีกด้วย

ความสามารถด้านดนตรี

เป็นความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จดจำ สามารถแยกแยะโทนเสียงและระดับเสียงได้ดี มีความคิดสร้างสรรค์ในเชิงดนตรี ผู้มีความสามารถด้านนี้ชอบทำกิจกรรมเกี่ยวกับดนตรี รับรู้และมีอารมณ์ร่วมกับเสียงดนตรี และมักจะประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการประพันธ์จังหวะ ทำนองเพลง นักดนตรี นักร้อง

การส่งเสริมความสามารถด้านดนตรีสำหรับเด็กเล็ที่มาจากการเคี่ยวกรำฝึกฝนจนเด็กๆ ขาดความสนุก หรือการเล่นดนตรีโดยขาดความหลงไหลนั้นไม่มีประโยชน์ ผู้ปกครองควรเปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้ดนตรีตามธรรมชาติ เช่น ร้องเพลงด้วยกัน ทำเสียงสูงๆ ต่ำๆ ปรบมือตามจังหวะ ฟังเพลงหลากหลาย แล้วสังเกตว่าลูกชอบเพลงหรือดนตรีแบบไหน ซึ่งแต่ละคนมีความชอบไม่เหมือนกัน

ความสามารถด้านศิลปะและมิติสัมพันธ์

เป็นความสามารถในการสังเกตเห็นรายละเอียดเกี่ยวกับทิศทาง ตำแหน่ง รูปร่าง รูปทรง สี สามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้หลายมิติ รวมทั้งมีความสามารถในการคิดเป็นภาพ เข้าใจความงดงามของภาพวาดหรืองานศิลปะ และผลิตผลงานทางศิลปะได้อย่างสร้างสรรค์ มีจินตนาการ สามารถถ่ายทอดความคิดเป็นผลงานทางศิลปะที่มีแบบอย่างเฉพาะตัว ชอบและสนใจทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับศิลปะ ผู้มีความสามารถด้านนี้มักจะประกอบอาชีพเป็นนักประดิษฐ์ จิตรกร สถาปนิก นักภูมิศาตร์ ช่างภาพ

การกระตุ้นให้เด็กแสดงความสามารถด้านนี้ทำได้โดยชักชวนให้เด็กเล่นสนุกกับศิลปะ ทั้งการวาด การปั้น การประดิษฐ์ ความสนุกของการทำกิจกรรมศิลปะอาจมาพร้อมกับการใช้มือละเลงสีไปบนพื้นที่กว้างๆ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรเลือกใช้สีที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก เตรียมพื้นและอุปกรณ์ให้เหมาะ เช่น ใช้กระดาษแผ่นใหญ่รอง ให้ใส่ชุดกันเปื้อนหรือเลือกใช้สีที่ล้างออกง่ายด้วยน้ำ

ความสามารถด้านธรรมชาติหรือวิทยาศาสตร์

เป็นความสามารถในการเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ความสามารถในการสังเกต วิเคราะห์ พิสูจน์ อธิบาย มองเห็นและเข้าใจในความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ การรับรู้และเข้าใจปรากฏการณ์ตามธรรมชาติของทั้งสัตว์และพืช ผู้มีความสามารถด้านนี้มักประกอบอาชีพเป็นนักวิทยาศาสตร์ นักชีววิทยา นักธรรมชาติวิทยา นักธรณีวิทยา นักภูมิศาสตร์ นักวิจัย เกษตรกร

เด็กๆ นั้นเปรียบเสมือนนักวิทยาศาสตร์ตัวน้อยอยู่แล้ว มักมีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้และสำรวจสิ่งต่างๆ รอบตัว เป็นนักทดลอง เช่น เมื่อทำช้อนตกจะทำซ้ำอีก เพื่อมองตามดูว่าเมื่อของตกจะไปไหน การชี้ชวนให้สังเกตสิ่งต่างๆ รอบตัวโดยใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าช่วยในการเรียนรู้จะทำให้เด็กมีทักษะการสังเกตที่ดีและมีความรู้รอบตัวที่ดี

ความสามารถด้านตรรกศาสตร์และคณิตศาสตร์

เป็นความสามารถในการคิดอย่างเป็นระบบคิดอย่างมีเหตุผล คิดวิเคราะห์ คิดเชิงนามธรรม และสามารถแก้ไขปัญหาในการคำนวณ ผู้มีความสามารถทางด้านตรรกศาสตร์และคณิตศาสตร์จะมีความชอบสนใจ และถนัดในเรื่องตัวเลข ชอบคิดค้นวิธีการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ ชอบทำกิจกรรมลับสมองประลองปัญญา หรือเกมที่ต้องใช้ความคิด บุคคลในกลุ่มนี้ได้แก่ นักคณิตศาสตร์ นักตรรกศาสตร์ นักเศรษฐศาสตร์ วิศวกร เป็นต้น

เด็กที่มีความสามารถด้านตรรกศาสตร์ และคณิตศาสตร์มักจะสามารถนับเลข 1-10 หรือมากกว่าได้ก่อนอายุ 2 ขอบ เข้าใจการเพิ่ม (การบวก) และการหักออก (การลบ) ได้ก่อนอายุครบ 4 ขวบ ซึ่งพ่อแม่สามารถส่งเสริมความสามารถด้านนี้โดยการเล่นนับเลข 1-10 ได้ ก็ชวนลูกนับสิ่งของเพื่อให้เข้าใจการนับกับจำนวน เช่น เมื่อเก็บของเล่นลงตะกล้าที่ละชิ้นก็นับออกเสียง 1 2 3… หรือการเล่นจับคู่สิ่งของทีสัมผัสกัน การจัดหมวดหมู่สิ่งของ ก็ช่วยพัฒนาการคิดที่เป็นพื้นฐานของคณิตศาสตร์ได้

ความสามารถด้านมนุษสัมพันธ์

เป็นความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น การรับรู้อารมณ์หรือความรู้สึกของบุคคลอื่นและแสดงพฤติกรรมตอบสนองได้อย่างเหมาะสม มีความสามารถควบคุมอารมณ์ของตนเอง ผู้มีความสามารถควบคุมอารมณ์ของตนเอง ผู้มีความสามารถด้านนี้จะมีลักษณะเป็นผู้นำสามารถตัดสินใจแก้ปัญหา ไกล่เกลี่ยข้อขัดแย้งได้ดี มีทักษะในการติดต่อสื่อสาร ผู้มีความสามารถด้านนี้มักจะประกอบอาชีพเป็นนักการเมือง ผู้นำ นักรณรงค์เพื่อสันติภาพ นักบริหาร ครูแนะแนว จิตแพทย์ ผู้ให้คำปรึกษาต่างๆ ผู้นำชุมชน

การส่งเสริมให้เด็กมีความสามารถด้านมนุษยสัมพันธ์ถือเป็นเรื่องสำคัญ ในปัจจุบันพบว่าเด็กยังขาดทักษะทางสังคมค่อนข้างมาก ไม่รู้จะเข้าไปทำความรู้จักเพื่อนอย่างไร ไม่มีเพื่อนในวัยเดียวกัน ขาดทักษะการปรับตัว บ้างก็เป็นลูกคนเดียวและอยู่กับผู้ใหญ่ หรือไม่ค่อยมีโอกาสเล่นกับเพื่อน ดังนี้นผู้ปกครองควรตระหนักถึงความจำเป็นทีเด็กจะได้มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนๆ เพราะจะทำให้เด็กเข้าใจความรู้สึก ความต้องการของผู้อื่น เรียนรู้การประนีประนอม การเจรจาต่อรอง และการชัดชวนเพื่อนๆ